
ไทยลุยซื้อกิจการนอก
คาด3ปีข้างหน้าเห็นภาพชัดเตรียมระบบก่อนควบรวม
คาด3ปีข้างหน้าเห็นภาพชัดเตรียมระบบก่อนควบรวม
โพสต์ทูเดย์ - จับตาบริษัทไทยรุกหนักซื้อกิจการต่างประเทศ 3 ปีข้างหน้า เตรียมระบบรองรับก่อนควบรวมมากขึ้น
น.ส.พิชญ์พจี สายเชื้อ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิลลิส ทาวเวอร์ส วัทสัน ประเทศไทย ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษา โบรกเกอร์และโซลูชั่นบริหารความเสี่ยง เปิดเผยว่า บริษัทได้ทำผลสำรวจเรื่อง 2016 อาเซียน เทรลเบเซอร์ สตัดดี้ พบว่า บริษัทขนาดใหญ่ของไทยได้เข้าซื้อกิจการในต่างประเทศมากขึ้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เฉพาะปี 2557 ปีเดียวบริษัทไทยลงทุนเกือบ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (1.4 แสนล้านบาท) ในประเทศแถบเอเชีย และคาดว่า 3 ปีข้างหน้าจะเห็นการควบรวมกิจการมากขึ้น
ทั้งนี้ เพราะการควบรวมกิจการเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะทำให้บริษัทในประเทศเติบโตไปเป็นบริษัทข้ามชาติได้แบบก้าวกระโดด เพราะหากรอขยายกิจการตามปกติอาจขยายตัวได้ช้าไม่ทันกับความต้องการตลาดและโอกาสที่จะเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการควบรวมกิจการยังไม่เป็นระบบ ผู้บริหารออกไปต่างประเทศไปพูดคุยกับบริษัทนั้นๆ แล้วตัดสินใจประกาศควบรวมกิจการเลย โดยให้ความสำคัญดูโครงสร้างทางการเงิน ความคุ้มค่าลงทุนก่อน แล้วค่อยดูเรื่องบุคลากรหลังควบรวมกิจการไปแล้ว
น.ส.พิชญ์พจี กล่าวว่า หลายครั้งเรื่องบุคลากรและวัฒนธรรมองค์กรกลายเป็นความเสี่ยง เนื่องจากบริษัทที่ควบรวมกันมีวัฒนธรรมไม่เหมือนกันเลย เมื่อต้องรวมก็มีปัญหาบุคลากรของทั้งสองบริษัททำงานด้วยกันไม่ได้ แต่ในอนาคตบริษัทเริ่มมองเห็นความสำคัญเรื่องการเตรียมพร้อมระบบบริหารทรัพยากรบุคคลและเตรียมพร้อมศึกษาวัฒนธรรมองค์กรก่อนตัดสินใจไปควบรวมกิจการเพื่อลดความเสี่ยง
นอกจากนี้ ผลสำรวจยังระบุว่า บริษัทข้ามชาติที่มีสำนักงานใหญ่ในเอเชียแปซิฟิกเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ปีนี้บริษัทที่จัดอยู่ในกลุ่มฟอร์จูน โกลบอล 500 หรือสุดยอดบริษัทของโลก เป็นบริษัทข้ามชาติที่มีสำนักงานใหญ่ในเอเชียแปซิฟิกถึง 40% เพิ่มขึ้นจาก 10 ปีก่อนซึ่งมีสัดส่วน 24% ซึ่งบริษัทข้ามชาติหน้าใหม่ที่มาแรงอยู่ในจีน อินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลุ่มเหล่านี้เพิ่งเริ่มต้นการขยายตัวเป็นบริษัทข้ามชาติในช่วง 10 ปีให้หลังนี้เท่านั้น
สำหรับบริษัทข้ามชาติสัญชาติเอเชียที่จะประสบความสำเร็จได้ต้องก้าวข้ามปัญหาและอุปสรรคเรื่องเวลา การขาดประสบการณ์ และการจัดการกับวัฒนธรรมที่แตกต่างอย่างมาก โดยอุปสรรคทางวัฒนธรรม ได้แก่ ภาษา ลักษณะความเป็นผู้นำ และรูปแบบการสื่อสารที่ต่างกัน







