
ดันรถขนส่งลุ่มแม่น้ำโขง
ไฟเขียวเปิดโควตารถบรรทุก-นำเที่ยวข้ามพรมแดนลุ่มน้ำโขง 500 คัน เล็งจับมือเมียนมาเชื่อมต่อการขนส่งสินค้า
ไฟเขียวเปิดโควตารถบรรทุก-นำเที่ยวข้ามพรมแดนลุ่มน้ำโขง 500 คัน เล็งจับมือเมียนมาเชื่อมต่อการขนส่งสินค้า
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า เตรียมเดินหน้าสนับสนุนการขนส่งข้ามพรมแดนของกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง (จีเอ็มเอส) ประกอบไปด้วย ไทย ลาว เวียดนาม เมียนมา กัมพูชาและจีน โดยจะมีการกำหนดให้โควตาแต่ละประเทศมีรถขนส่งข้ามพรมแดนได้ราว 500 คัน ซึ่งได้ทดลองร่วมกันมาหลายปีแล้ว ประกอบกับในปี 2560 จะเข้าสู่การปฏิบัติตามข้อตกลงในระยะแรกเพื่อเชื่อมต่อการขนส่งข้ามแดน 4 ด่าน ได้แก่ คือ ด่านเชียงของ จ.เชียงราย ด่านแม่สอด จ.ตาก ด่านมุกดาหาร และด่านอรัญประเทศ จ.สระแก้ว แต่ทั้งนี้ต้องออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งระหว่างประเทศลุ่มน้ำโขงก่อนที่จะเปิดให้รถขนส่งในประเทศหนึ่งสามารถขนสินค้าข้ามแดนไปยังประเทศหนึ่งได้ หรือข้ามไปประเทศที่ 3 และประเทศที่ 6 ได้ เช่น การให้รถบรรทุกสินค้าของไทยไปลาวหรือเวียดนามได้
“วันที่ 16 ธ.ค.จะมีการพิจารณารูปแบบใบอนุญาตที่จะใช้ร่วมกันทั้ง 6 ประเทศ โดยขณะนี้ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ได้ยกร่างมาให้ดูแล้ว แต่วันนี้ที่ประชุมอยากจะให้เพิ่มเติมข้อมูลต่างๆ เพราะการออกใบอนุญาตขนส่งระหว่างประเทศ จะมีเรื่องเอกสารนำเข้ารถยนต์ชั่วคราวของกรมศุลกากรมาเกี่ยวข้องด้วย ก็จะต้องมาพิจารณาแก้ไข” นายอาคม กล่าว
อย่างไรก็ตาม กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้เร่งรัดการออกหลักเกณฑ์คัดเลือกผู้ประกอบการที่มีความพร้อมในการเดินรถระหว่างประเทศแล้ว จำนวน 500 ราย เพื่อรับใบอนุญาตเพื่อการขนส่ง (GMS Road Transport Permit) ภายใต้ความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ที่จะมีอายุการใช้งาน 1 ปี อาจเป็นบริษัทเดียวหรือหลายบริษัทก็ได้ หลังจากนั้นจะแจ้งไปยังกลุ่มประเทศสมาชิกว่ารถขนส่งของไทยจะใช้จุดไหนในการข้ามแดนบ้าง
ทั้งนี้ ไทยและเมียนมาจะเจรจาเรื่องการจัดทำบันทึกความเข้าใจในการเริ่มใช้ข้อตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนระหว่างไทย-เมียนมา เส้นทางแม่สอด-เมียวดี เป็นครั้งแรกในวันที่ 14 ธ.ค.นี้ เนื่องจากเมียนมายังไม่มีประสบการณ์ด้านการขนส่งระหว่างประเทศ จึงขอเริ่มดำเนินการออกใบอนุญาตเพื่อการขนส่งกับประเทศไทยก่อน
“ความร่วมมือกับเมียนมาส่งผลดีเรื่องการขนส่งสินค้า ทำให้สามารถขนส่งสินค้า เพื่อเชื่อมต่อไปยังท่าเรือแหลมฉบังได้ ขณะที่ไทยก็สามารถส่งสินค้าไปเมียนมาได้ โดยต่อไปจะพยายามให้รถของไทยไปถึงเมืองมะละแหม่งและเมืองย่างกุ้ง ขณะที่รถจากเมียนมาจะไปถึงท่าเรือแหลมฉบังด้วย ส่วนด้านกัมพูชาจะเริ่มเดินรถ 150 คัน จากเดิมอยู่ที่ 40 คัน เพราะยังไม่มีความพร้อม” นายอาคม กล่าว







