
คาดหั่นดอกเบี้ยปีหน้า
บลจ.อเบอร์ดีน มอง 6-12 เดือนข้างหน้า กนง.มีโอกาสลดดอกเบี้ย 0.25% ส่วนหุ้นไทยยังแกร่ง
บลจ.อเบอร์ดีน มอง 6-12 เดือนข้างหน้า กนง.มีโอกาสลดดอกเบี้ย 0.25% ส่วนหุ้นไทยยังแกร่ง
นายพงค์ธาริน ทรัพยานนท์ หัวหน้าฝ่ายตราสารหนี้ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อเบอร์ดีน เปิดเผยว่า ใน 6-12 เดือนข้างหน้า มีโอกาสสูงที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.50% ส่งผลให้ดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ 1.25% เหมือนในอดีต เนื่องจากมองการเติบโตของเศรษฐกิจไทยมีความเสี่ยงมากขึ้น ในขณะที่เงินเฟ้อมีโอกาสไม่เพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย
“เศรษฐกิจไทยยังเติบโต แต่อาจต่ำกว่าศักยภาพที่มีผลจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่อ่อนแอ การส่งออกที่ชะลอตัวลง ซึ่งหมายถึงการปรับขึ้นของอัตราเงินเฟ้อต่ำที่ประมาณ 1% ที่ยังคงดำเนินต่อไป ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรของไทยยังอยู่ในระดับต่ำ” นายพงค์ธาริน กล่าว
ด้าน นายอดิเทพ วรรณพฤกษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.อเบอร์ดีนกล่าวว่า เศรษฐกิจในปีหน้ายังคงเติบโตจากการบริโภคในประเทศ ขณะที่โครงการลงทุนภาครัฐยังเดินหน้าต่อเนื่องและจำนวนนักท่องเที่ยวยังเติบโต แม้ไตรมาส 4 นี้การใช้จ่ายในประเทศอาจชะลอตัว แต่คาดว่ากระทบระยะสั้นและจะฟื้นตัวในไตรมาสแรกปีหน้า
สำหรับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่ออกมาไม่เป็นไปตามที่ตลาดคาดหวัง อาจส่งผลให้ตลาดมีความผันผวนต่อเนื่อง นักลงทุนจึงต้องลงทุนอย่างระมัดระวังและกระจายลงทุนในหลายสินทรัพย์ เพราะกว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ จะรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในเดือน ม.ค. 2560 จึงต้องรอประเมินผลกระทบอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม กลุ่มอเบอร์ดีนยังมีมุมมองที่ดีต่อตลาดหุ้นไทยในระยะยาวและยังเพิ่มน้ำหนักการลงทุน โดยเน้นหุ้นกลุ่มบริโภคภายในประเทศซึ่งเป็นธีมที่ลงทุนมานานแล้ว เนื่องจากเติบโตต่อเนื่องและไม่ได้ถูกกดดันจากการค้าโลก โดยกลยุทธ์การลงทุนของอเบอร์ดีนจะเน้นดูหุ้นรายตัวโดยพิจารณาปัจจัยพื้นฐาน (Bottom-up) มากกว่าให้น้ำหนักภาพรวม โดยจะลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีมีการเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 5-10% ทุกปี และจ่ายเงินปันผลเฉลี่ย 3.35%
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยปัจจุบันสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) 15 เท่า แม้จะสูงเมื่อเทียบในอดีต แต่ไม่แพงเมื่อเทียบตลาดหุ้นภูมิภาค จึงยังลงทุนได้ในระยะยาว อีกทั้งเดือน ธ.ค.ยังมีเงินเข้ากองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (อาร์เอ็มเอฟ) ช่วยหนุนตลาด แม้การเปลี่ยนเกณฑ์ถือครองแอลทีเอฟยาวขึ้นเป็น 7 ปีปฏิทิน อาจทำให้เม็ดเงินลงทุนลดลงประมาณ 20% จากปีก่อนที่มีเงินเข้า 2 หมื่นล้านบาท ทั้งระบบ
แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในเดือน ธ.ค.นี้ไม่น่าจะกระทบตลาดหุ้นไทยมากนัก เนื่องจากตลาดรับรู้ข่าวอยู่แล้ว ประกอบกับสภาพคล่องในตลาดโลกยังมีอยู่มากในภาวะดอกเบี้ยต่ำ
นอกจากนี้ บลจ.อเบอร์ดีน เตรียมเปิดขายกองทุนเปิดอเบอร์ดีนหุ้นระยะยาว 70/30 (ABLTF70/30) เสนอขายครั้งแรกวันที่ 14-22 พ.ย. 2559 เน้นลงทุนในหุ้นไทย 70% และตราสารหนี้ 30% เหมาะกับผู้ที่ไม่อยากลงทุนหุ้นมาก โดยในส่วนที่ลงทุนหุ้นประมาณ 90% จะลงทุนหุ้นเติบโตดี ปันผลสูงเหมือนกองทุนเปิดอเบอร์ดีนหุ้นระยะยาว และ 10% ลงทุนในรีท กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน
สำหรับผลดำเนินงานของกองทุนเปิดอเบอร์ดีนหุ้นระยะยาว ณ วันที่ 30 ก.ย. 2559 ย้อนหลัง 5 ปี อยู่ที่ 76.05% และตั้งแต่จัดตั้งกองทุนในปี 2547 อยู่ที่ 323.88%







