posttoday
ดัชนีเชื่อมั่นฟื้นเล็กน้อย

ดัชนีเชื่อมั่นฟื้นเล็กน้อย

11 พฤศจิกายน 2559

ดัชนีเชื่อมั่นดีขึ้นเล็กน้อย ด้านสมาคมนักวิเคราะห์ 1 ปีนี้เงินต่างชาติยังไหลเข้าไทยต่อ  มั่นใจเฟดขึ้นดอกเบี้ย ธ.ค.นี้

ดัชนีเชื่อมั่นดีขึ้นเล็กน้อย ด้านสมาคมนักวิเคราะห์ 1 ปีนี้เงินต่างชาติยังไหลเข้าไทยต่อ  มั่นใจเฟดขึ้นดอกเบี้ย ธ.ค.นี้

นายคเณศ วังส์ไพจิตร ผู้อำนวยการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) แถลงว่า ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนประจำเดือน พ.ย.ที่มองไปถึง 3 เดือนข้างหน้า ซึ่งสำรวจจากความเห็นนักลงทุนบุคคล สถาบันในประเทศ และสถาบันต่างประเทศ อยู่ที่ 104.55 จุด เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.68% จากเดือนก่อนที่ 103.84 จุด ถือว่าทรงตัว

หากพิจารณารายกลุ่ม พบว่า นักลงทุนรายบุคคลกับนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับลดลง แต่ยังอยู่ในระดับที่ทรงตัว โดยความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลุ่มสถาบันลดลงมากสุด คือ 17.09% มาอยู่ที่ 92.86 จุด ขณะที่นักลงทุนรายบุคคลลดลงเพียง 5.82% อยู่ที่ 97.30 จุด สวนทางกับนักลงทุนต่างประเทศที่ให้มุมมองบวกหรือเพิ่มขึ้นถึง 42.86% ซึ่งอยู่ที่ 142.86 จุด

ปัจจัยลบตลาดหุ้นคือ การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะเป็นตัวแปรที่สร้างความผันผวนต่อการไหลของเงินทุนในตลาดหุ้น ขณะที่ปัจจัยบวกคือ การเห็นผลของนโยบายภาครัฐที่มีต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ กล่าวว่า ในระยะ 1 ปีนี้หุ้นไทยยังดีอยู่ เพราะสภาพคล่องยังไหลเข้าตลาดหุ้นเกิดใหม่ รวมถึงไทยจากปัจจัยที่ไทยมีเสถียรภาพการเมืองและประเทศที่ดี เม็ดเงินต่างชาติจะไหลกลับไปสหรัฐก็ต่อเมื่อมีการปรับลดภาษีนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดาที่จะมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้บริษัทจดทะเบียนมีเงินไปขยายการลงทุนและมีการจ้างงานมากขึ้น

นอกจากนี้ มองว่า เฟดจะมีการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. เพราะทรัมป์ยังไม่มีผลต่อ นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และมองว่าปี 2560 จะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง และปี 2561 จะขึ้นดอกเบี้ยมากขึ้น

นายสุรงค์ บูลกุล นายกสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นแง่ลบกับไทยเพราะเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการค้าโลก โดยเน้นสิ่งที่เกิดผลดีต่อสหรัฐมากกว่าสนใจโลก ต้องติดตามนโยบายการจับปลาจับเต่า ซึ่งมีผลต่อการส่งออกไปยังสหรัฐ โดยเฉพาะกลุ่มอาหารเพราะจะส่งออกไปสหรัฐได้ยาก ทำให้ต้องส่งขายในเอเชียและแข่งขันกันเองจนทำให้ราคาสินค้าอาหารลงได้ ขณะที่ราคาน้ำมันไม่เคลื่อนไหวมากไปกว่านี้ และการผลิตยังมากกว่าความต้องการ ขณะที่ราคาถ่านหินน่าจะกลับมาสูงขึ้นได้เพราะเป็นสิ่งที่ทรัมป์สนใจมากกว่าพลังงานทางเลือก

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ