posttoday
ไฮเออร์เปิดแผน4.0 สู่ผู้นำเครื่องใช้ไฟฟ้า

ไฮเออร์เปิดแผน4.0 สู่ผู้นำเครื่องใช้ไฟฟ้า

09 พฤศจิกายน 2559

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

จากแบรนด์ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็กที่มีจุดเริ่มต้นในเมืองชิงเต่า ประเทศจีน ได้เคยประสบปัญหาโรงงานที่มีภาวะขาดทุน ไม่มีเงินที่จะจ่ายเงินเดือนให้แก่พนักงาน และไม่มีผู้บริหารคนใดพร้อมรับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการโรงงานแห่งนี้ แต่เมื่อมีผู้บริหารรุ่นใหม่ “จาง รุ่ยหมิ่น” ที่เข้ามารับตำแหน่ง ภายในเวลา 32 ปี สามารถพลิกวิกฤตขององค์กร ปรับกลยุทธ์ธุรกิจใหม่ ยกเครื่องระบบภายใน สร้างสินค้ามาตรฐาน ก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ และสร้างแบรนด์เติบโตระดับโลกจนประสบความสำเร็จกับ “ไฮเออร์”

ตู้ จิ้งกั๋ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ไฮเออร์ เอเชีย เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นแบรนด์ในช่วงแรกบริษัทได้นำเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าจากเยอรมนีเข้ามาพัฒนา ต่อมาก็เริ่มสร้างแบรนด์ธุรกิจของตัวเองอย่างต่อเนื่องในจีนกับแบรนด์ “ไฮเออร์” พร้อมกับขยายแบรนด์สู่ตลาดในยุโรปและเอเชีย ซึ่งปัจจุบันไฮเออร์ได้การจัดอันดับเป็นแบรนด์อันดับ 1 ของโลกด้านยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้า และใช้ระยะเวลาในการสร้างแบรนด์เป็นเวลา 32 ปี

กลยุทธ์การพัฒนาธุรกิจไฮเออร์แบ่งเป็น 5 ระยะเวลาจนถึงปัจจุบัน เริ่มจาก 1.กลยุทธ์การสร้างแบรนด์จากปี 2527-2534 ที่มีแนวคิด “ถ้าไม่เป็นที่หนึ่ง ก็ไม่ต้องทำ” เพื่อทำให้ผู้บริโภคได้รับสินค้าที่คุณภาพ และกระตุ้นส่งเสริมให้พนักงานมีจิตวิญญาณในการสร้างสรรค์ผลงาน 2.กลยุทธ์การพัฒนาและขยายธุรกิจระหว่างปี 2534-2541 ที่มุ่งผลิตสินค้าหลากหลาย และให้บริการอย่างครบวงจรแก่ผู้บริโภค รวมถึงการเริ่มสร้างนิคมอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านแห่งแรกในจีน

3.กลยุทธ์การเข้าสู่โลกาภิวัตน์ในปี 2541-2548 ที่มุ่งออกไปสร้างแบรนด์สู่ตลาดต่างประเทศ 4.กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ระดับโลกระหว่างปี 2548-2555 ที่มีการก่อตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใน 5 ทวีปของโลก ซึ่งมีแนวคิด “โลก คือ ฝ่ายวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ของไฮเออร์” พร้อมสร้างโมเดล คน และงานรวมเป็นหนึ่ง และ 5.กลยุทธ์การสร้างเครือข่ายระหว่างปี 2555 จนถึงปัจจุบัน ที่มุ่งสร้างเครือข่ายผู้บริโภคและเครือข่ายการตลาด รวมทั้งการสร้างแฟลตฟอร์ม ธุรกิจไร้พรมแดน การสร้างรูปแบบทำงานเป็นทีม การบริหารแบบไร้ผู้นำ ที่ภายนอกมีผู้บริโภคเป็นผู้ชี้นำและภายในมีพนักงานเป็นผู้ที่นำธุรกิจ

จิ้งกั๋ว กล่าวต่อว่า ในจีนมีแบรนด์ไฮเออร์เป็นแบรนด์หลักทำตลาด โดยมีอีก 2 แบรนด์ในเครือ คือ คาซาเต้ เป็นแบรนด์ระดับบนและแบรนด์ลีดเดอร์ ต่อมาได้สร้างแบรนด์อควา หลังจากการควบรวมกิจการซันโยเมื่อปี 2554 เป็นแบรนด์ไฮเอนด์ในญี่ปุ่นและบางประเทศในอาเซียน เช่น เวียดนาม ต่อมาปี 2555 ได้ซื้อกิจการแบรนด์ ฟิชเชอร์ แอนด์ พายเคิล แบรนด์ระดับบนของออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ส่วนในปี 2559 เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้ซื้อกิจการแบรนด์จีอี แอพพลายแอนซ์ เป็นแบรนด์ไฮเอนด์ของสหรัฐ

สำหรับในไทยได้เข้ามาลงทุนตั้งแต่ปี 2550 ผ่านการซื้อกิจการโรงงานโรงงานตู้เย็นจากซันโย ต่อมาได้สร้างโรงงานผลิตเครื่องซักผ้า ลงทุนสร้างสายการผลิตตู้แช่ และการลงทุนสร้างโรงงานเครื่องปรับอากาศ ทั้งนี้เมื่อเข้ามาลงทุนในโรงงานซันโย จากเดิมที่โรงงานดังกล่าวไม่มีกำไรเป็นเวลา 19 ปี เมื่อร่วมมือกันทำให้โรงงานมีกำไร รวมทั้งการทำธุรกิจในไทยต่อเนื่องมา มียอดขายและกำไรโตต่อเนื่อง ซึ่งประเทศไทยถือเป็นตลาดหลักในภูมิภาคอาเซียน ส่วนแผนระยะยาวในการพัฒนาโรงงานในไทยสู่โรงงาน 4.0 เหมือนกับจีนนั้นเป็นเรื่องในอนาคตที่ต้องศึกษาหากตลาดไทยเติบโตต่อเนื่อง

จ้าว ลี่กั๋ว ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายผลิตเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ กลุ่มบริษัท ไฮเออร์ กล่าวว่า ไฮเออร์ ได้มีการสร้างนิคมอุตสาหกรรม 4.0 ในเมืองชิงเต่า และได้สร้างโรงงาน 4.0 สำหรับผลิตเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ (เซ็นทรัล แอร์) ที่ได้เริ่มก่อสร้างอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเมืองชิงเต่า ภายใต้งบประมาณ 400 ล้านหยวน เริ่มก่อสร้างเดือน ม.ค. 2559 และใช้เวลา 10 เดือนโรงงานก่อสร้างแล้วเสร็จ มีกำลังการผลิตประมาณ 3.38 แสนเครื่อง/ปี

โรงงานอัจฉริยะแห่งนี้ใช้ระบบดิจิทัลควบคุมทั้งหมดและมีข้อมูลในระบบคลาวด์ ซึ่งมีคนงานประมาณ 227 คน และผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โรงงานนี้ลดระยะเวลาการผลิตได้ถึง 50% จากการผลิตแบบปกติ และมีประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้นไม่ต่ำกว่า 50% รวมทั้งลดการใช้สินค้าคงคลังลด 80% เป็นอย่างน้อย รวมทั้งสามารถบริหารจัดการสต๊อกสินค้าและทำให้สินค้าส่งถึงมือผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งโรงงานนี้มีลูกค้าทั้งในจีนและทั่วโลก โดยนโยบายของไฮเออร์ต้องการสร้างแบรนด์เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์สู่ผู้นำในตลาดโลกให้ได้

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี