
สองธาร... สายธารแห่งศรัทธา 1
โดย...กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา
โดย...กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา
“สองธาร” เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่มาจากสองลำธารมาบรรจบกัน ตั้งอยู่กลางหุบเขาในเขต อ.แม่แจ่ม ณ ต.บ้านทับ ชาวบ้านส่วนมากเพาะปลูก “ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” ซึ่งมีราคาสูงมากในสมัยนั้นกิโลกรัมละ 8 บาท จนเป็นที่มาของหายนะบนพื้นแผ่นดิน จากชาวบ้านผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์ทำเกษตรแบบผิดๆ มาตลอด “คนรู้คือคนรวย แต่คนจนคือคนรับเคราะห์”
หลายปีผ่านไปเกษตรกรชาวสองธารก็เป็นหนี้สินจำนวนมหาศาล และคนในเมืองก็ได้รับผลกระทบจากหมอกควัน เนื่องจากการเผาไหม้ไร่ข้าวโพดและถางป่าจนดินเสียหาย ขณะที่เวรกรรมยังซ้ำซัด เมื่อราคาตกต่ำเหลือกิโลกรัมละ 3-4 บาท เพราะเกษตรกรหันมาปลูกกันจนล้นตลาด
หมอกควันในภาคเหนือมักมาเยือนในหน้าแล้งทุกปี ควันจากการเผาไหม้ลอยจาก อ.แม่แจ่ม เข้าสู่แอ่งกระทะ จ.เชียงใหม่ ทำให้คนในเชียงใหม่ เช่นประธานกลุ่มวิสาหกิจเพื่อสังคม (SE เชียงใหม่) โดย ไพรัช โตวิวัฒน์ ประธานคณะทำงานแก้ไขปัญหาฝุ่นควันภาคเอกชนจังหวัดเชียงใหม่และรองประธานหอการค้า องอาจ กิตติคุณชัย จากไร่ซันสวีท ชัดชาญ เอกชัยพัฒนกุล แห่งโอ้กะจู๋และวนัสนันท์ อาจารย์อรรฆพจน์ พึ่งไชย คณะวิศวะฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มาระดมสมองลดปัญหาหมอกควัน โดยระดมความคิดเห็นสาธารณะจนได้แนวคิดที่จะปลูกป่าทดแทนแก่พื้นที่แม่แจ่ม
โดยใช้พละกำลังของคนในเมืองที่โดนผลกระทบจากหมอกควันร่วมกัน “จ้าง” ชาวแม่แจ่ม “ปลูกป่าและดูแล” อนุบาลต้นไม้จนกว่าจะพ้นขีดอันตรายประมาณ 5 ปี ภายใต้โครงการ “แม่แจ่มโมเดลพลัส” ของนายอำเภอแม่แจ่ม ทศพล เผื่อนอุดม จะเป็นโมเดลปลูกป่ายั่งยืน เพราะหลายคนอยากปลูกป่าแต่ไม่มีคนดูแล ทำให้ป่าที่ปลูกในอดีตล้มตายอย่างน่าเสียดาย
ส่วนสุภาพสตรีที่มีฝีมือก็ใช้วัฒนธรรมขับเคลื่อนช่วยแก้หนี้สินด้วยการ “ทอผ้าตีนจก” 16 ลายในผืนเดียวเป็น Signature ของซิ่นตีนจกสองธาร แม่แจ่ม ที่มีราคาแพง โดยหวังว่าจะช่วยปลดหนี้่ได้ และยังเป็นการอนุรักษ์ผ้าทอสืบสานไปยังคนรุ่นหลังได้ชื่นชมภูมิใจ นอกจากนี้ยังจัดทำ Homestay ในหมู่บ้าน หวังดึงนักท่องเที่ยวมาชื่นชมธรรมชาติ การเพาะปลูกพืชแบบอินทรีย์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชิมรสชาติอาหารแบบปลอดสารเคมี เป็นต้น
(อ่านต่อฉบับวันพุธหน้า)







