posttoday
ความฝันอันสูงสุด

ความฝันอันสูงสุด

07 พฤศจิกายน 2559

โดย...ศ.ดร.สุชัชวีร์  สุวรรณสวัสดิ์

โดย...ศ.ดร.สุชัชวีร์  สุวรรณสวัสดิ์

ฤดูงานพระราชทานปริญญาบัตรกลับมาอีกครั้ง สร้างความปีติยินดีแก่บัณฑิตใหม่และครอบครัว ที่ตั้งหน้าตั้งตารอวันนี้มานาน ปริญญาบัตรสำหรับสังคมไทยนั้นมีคุณค่าสูงมาก พ่อแม่ทุกคนจึงหวังว่าจะได้ถ่ายรูปในงานรับปริญญากับลูกด้วยความภาคภูมิใจสักครั้งในชีวิต ในฐานะครูคนหนึ่ง ผมก็พลอยปลื้มใจไปด้วยทุกครั้ง เมื่อเห็นภาพบรรยากาศนี้ในทุกๆ ปี ไม่เคยเบื่อเลย

ปีนี้เป็นปีที่ปวงชนชาวไทยทุกคนมีความโศกเศร้าอาลัย ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยปกติทุกมหาวิทยาลัยของรัฐจะกราบบังคมทูลเชิญพระองค์ท่าน เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตใหม่คนแล้วคนเล่าเป็นเวลาหลายสิบปี รุ่นคุณพ่อคุณแม่ของผมก็ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ของพระองค์ท่าน รูปนี้ก็ยังคงเก็บไว้ด้วยความภาคภูมิใจของครอบครัวเรา แม้เวลาจะล่วงเลยมานานมากแล้วก็ตาม

ในช่วงท้ายของรัชกาล พระองค์ท่านทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ เนื่องจากมีบัณฑิตจบใหม่จำนวนมากขึ้นถึงปีละหลายแสนคน หรือหลายพันคนในแต่ละมหาวิทยาลัย เหล่าบัณฑิตและคณาจารย์ล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

หลังจากที่บัณฑิตทุกคนได้รับพระราชทานปริญญาบัตรครบทุกคนแล้ว จะได้รับพระราชทานพระบรมราโชวาท ซึ่งพระองค์ท่านมักสอนเน้นเรื่องประโยชน์ส่วนรวม เช่น ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2512 “...ผู้ที่ทำงานให้เกิดประโยชน์ส่วนรวม ย่อมได้รับประโยชน์เป็นส่วนของตนด้วย ผู้ที่ทำงานโดยเห็นแก่ตัว เบียดเบียนประโยชน์ส่วนรวม ย่อมบั่นทอนทำลายความมั่นคงของประเทศชาติ และที่สุดตนเองก็จะเอาตัวไม่รอด...”

หรือในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2522 “...คนไม่มีความสุจริต คนไม่มีความมั่นคง ชอบแต่มักง่าย ไม่มีวันจะสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้ ผู้ที่มีความสุจริตและความมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำงานสำคัญยิ่งใหญ่ที่เป็นคุณประโยชน์แท้จริงได้สำเร็จ...”

และทรงเน้นย้ำเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของตน เช่น ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2514 “...การทำงานใหญ่ๆ ทุกอย่าง ต้องการเวลามากกว่าจะทำสำเร็จ ผู้ที่เริ่มโครงการอาจไม่ทันทำให้สำเร็จโดยตลอดด้วยตนเองก็ได้ ต้องมีผู้อื่นรับทำต่อไป ดังนั้น ไม่ควรยกเอาเรื่องใครเป็นผู้เริ่มงาน ใครเป็นผู้รับช่วงงาน ขึ้นเป็นข้อสำคัญนัก จะต้องถือผลสำเร็จที่จะเกิดจากงาน เป็นใหญ่กว่าสิ่งอื่น...”   ทั้งยังทรงมีพระราชดำรัสเมื่อครั้งสูญเสียสมเด็จพระเจ้าพี่นางฯ ว่า “เสียใจได้ แต่อย่าละเลยหน้าที่” จึงเป็นคำอันยิ่งใหญ่ที่บัณฑิตใหม่ทุกคน จะต้องทำหน้าที่ของแต่ละคนให้สุดความสามารถ ดังนั้น พระบรมราโชวาท หรือ “คำสอนของพ่อ” จึงมีคุณค่ามหาศาล หากบัณฑิตได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมนำไปปฏิบัติ มิใช่รับฟังแล้วก็ผ่านเลยไป ย่อมจะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ แก่ตนเอง

ปีนี้หลายมหาวิทยาลัยมีการร้องเพลงพระราชนิพนธ์ “ความฝันอันสูงสุด” ซึ่งเป็นเพลงที่มีความหมายในการสร้างพลังใจ พระราชทานแก่ทุกคนที่มุ่งมั่นทำความดี โดยเฉพาะท่อนที่ว่า “...จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา...” แม้ว่าพระองค์ท่านจะเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่ “คำสอนของพ่อ” ยังคงอยู่ชั่วนิรันดร และวันนี้ อนาคตที่มั่นคงของไทย ขึ้นอยู่กับบัณฑิตใหม่ หากทุกคนมี “ความฝันอันสูงสุด” ที่จะทุ่มเทเสียสละเพื่อประโยชน์ของชาติ มากกว่าประโยชน์ของตน

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ