posttoday
เร่งเอสเอ็มอีใช้ซอฟต์แวร์ ยุคนวัตกรรมขับเคลื่อนธุรกิจ

เร่งเอสเอ็มอีใช้ซอฟต์แวร์ ยุคนวัตกรรมขับเคลื่อนธุรกิจ

07 พฤศจิกายน 2559

ในยุคที่ธุรกิจเอสเอ็มอีของไทยยังไม่พร้อมปรับตัวเพื่อรับเทคโนโลยี ทำให้เสียโอกาสที่จะสร้างโอกาสในการต่อยอดธุรกิจสำหรับอนาคต

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

ในยุคที่ธุรกิจเอสเอ็มอีของไทยยังไม่พร้อมปรับตัวเพื่อรับเทคโนโลยี ทำให้เสียโอกาสที่จะสร้างโอกาสในการต่อยอดธุรกิจสำหรับอนาคต ซึ่งทัศนคติของผู้บริหารถือว่าเป็นเรื่องสำคัญหากยังไม่พร้อมรับมือเสียแต่ตอนนี้ ในอีก 5 ปีข้างหน้าก็เป็นไปได้ว่าจะถูกธุรกิจใหม่เข้ามาแทนที่ได้

วิเชียร เจนตระกูลโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีฟ้าเบเกอรี่ กล่าวว่า บริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับเค้ก ขนมไทยแช่แข็งขายทั้งในไทยและต่างประเทศ มีพนักงานกว่า 600 คน การนำฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์มาใช้ในการรันธุรกิจจะช่วยให้เดินหน้าได้ดีขึ้น

“เอสเอ็มอีที่รู้จักใช้เทคโนโลยีก่อน มีโอกาสรอดสูง” วิเชียร กล่าว

ทั้งนี้ หากผู้บริหารรู้จักยอมรับเทคโนโลยีและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง จะสามารถแข่งขันธุรกิจสำหรับอนาคตได้ เพราะอีก 5 ปีข้างหน้าประเทศเราจะขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีมากขึ้น ยิ่งคุณไม่ใช่องค์กรใหญ่การปรับตัวจะทำได้ง่ายกว่า

สำหรับการเริ่มต้นใช้ไอทีในองค์กรนั้น หากมีพนักงาน 65% เชื่อฟังและยอมทำตาม ที่เหลือค่อยๆ ปรับด้วยการออกกฎเหล็กทีละ 5% เพื่อให้พนักงานเดินไปในทิศทางเดียวกันและปรับตัวไปด้วยกัน ที่เหลืออีก 20% ค่อยมาดูว่าจะพัฒนาต่อหรือปล่อยไป เพราะไม่มีใครสามารถชักจูงพนักงานได้ 100% ที่เหลือเอาเวลาไปดูเรื่องกลยุทธ์ บริการและอินโนเวชั่นดีกว่า

“ทุกธุรกิจไม่มีรายใดไม่มีคู่แข่ง การนำฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์มาใช้งานนั้นจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน หากรออีกสักปี คู่แข่งก็วิ่งนำหน้าเราไปแล้ว ดังนั้น ควรหาระบบเข้ามาตอบสนองการทำงานทันที อาจเริ่มต้นจากระบบง่ายๆ เช่น ระบบจัดเก็บข้อมูล ระบบวิเคราะห์ ใช้แอพพลิเคชั่นสำหรับทำงานในองค์กร เป็นต้น” วิเชียร กล่าว

ตะวัน คงภวภากร ผู้จัดการฝ่ายไอที ห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง กล่าวว่า ด้วยธุรกิจห้างสรรพสินค้าและมินิมาร์ท ทำให้บริษัทมีสต๊อกสินค้าจำนวนมาก การตรวจสอบสินค้าแต่ละประเภทว่าถูกขายจริงไม่ใช่การยักยอกหรือขโมย การออกโปรโมชั่นส่วนลดเกี่ยวกับสินค้า รวมทั้งเช็กจำนวนสินค้าในสต๊อก ล้วนแล้วแต่ต้องใช้ข้อมูลในการทำงานทั้งสิ้น

การบริหารคลังสินค้าและคนจัดซื้อสินค้านั้น จะมีคนละทีมที่มีกระบวนการสั่งงานและข้อมูลที่ต่างกัน ดังนั้น ฝ่ายสั่งซื้อจำเป็นต้องทราบว่า สินค้าคงคลังยังมีเหลือเท่าไหร่ ต้องสั่งซื้อเพิ่มหรือลดปริมาณแค่ไหน เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า เพราะถ้ารอให้ทีมบริหารคลังสินค้าไปตรวจสอบและนับจำนวนนั้น อาจใช้เวลานานเกินไป และสิ้นเปลืองบุคลากร

การลงทุนระบบไอทีในองค์กรนั้น ผู้บริหารต้องมีความชัดเจนว่าจะใช้ระบบใดกับหน่วยงานไหนบ้าง ซึ่งคนรุ่นใหม่ที่เข้าใจด้านเทคโนโลยีนั้น เรียนรู้ไม่ยากเท่าคนรุ่นเก่า ที่รู้สึกว่าทำไม่เป็นและไม่อยากเรียนรู้ ดังนั้น ผู้บริหารควรทำให้คนเหล่านี้เปลี่ยนความคิด ด้วยการฝึกอบรมกระบวนการทำงานให้รู้สึกว่าไอทีไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม การใช้งานซอฟต์แวร์นั้น ไม่มีอะไร 100% ฝ่ายไอทีในองค์กรควรที่จะมีแนวทางป้องกันล่วงหน้ารวมทั้งมีกระบวนการรองรับการทำงานหากเกิดปัญหาขึ้น เช่น การทดสอบระบบล่วงหน้าหากระบบมีปัญหา การกู้ระบบคืน ระบบสำรองต่างๆ ซึ่งควรทบทวนและเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา

การทำงานภายในองค์กรหากมีมากกว่า 2 คนขึ้นไปก็จำเป็นต้องใช้งานไอทีแล้ว แต่รูปแบบที่จะเลือกใช้งานนั้น มี 2 ลักษณะ คือ จ้างมาพัฒนาใหม่ทั้งหมดกับซอฟต์แวร์แบบแพ็กเกจ ซึ่งจะมีความแตกต่างกันตรงที่การจ้างมาพัฒนานั้น จะเขียนตามความต้องการขององค์กรได้ แต่จะต้องมีการทดสอบและใช้งานอย่างสม่ำเสมอเพื่อที่จะได้ทราบว่าจุดใดมีปัญหา (บั๊ก) และควรแก้ไข ส่วนซอฟต์แวร์แพ็กเกจ จะสะดวกในการนำมาใช้งานแต่ระบบบางอย่างอาจไม่เหมาะที่จะนำมาใช้งานทั้งหมด ขณะที่ระบบจะมีความเสถียรและไม่ค่อยเกิดปัญหาล่ม เพราะมีนักพัฒนาคอยดูแลและช่วยเหลือตลอดเวลา

การที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยยังไม่ค่อยให้ความสนใจซอฟต์แวร์หรือลงทุนด้านไอทีเท่าที่ควรนั้น เพราะมองว่าในอดีตรุ่นพ่อยังทำงานมาได้ จึงไม่จำเป็นต้องลงทุนตอนนี้ แต่ถ้ามองกลับกัน ถ้าไม่เริ่มลงทุนทันทีรุ่นลูกของเราก็จะไม่ปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อใช้งานซอฟต์แวร์เช่นกัน ซึ่งนั่นอาจสายเกินไปสำหรับการขยายธุรกิจเพื่ออนาคต

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท