
"สมคิด"ตั้งเป้าดันไทยขึ้นอันดับ 30 ประเทศน่าทำธุรกิจ
"สมคิด" ตั้งเป้าดันไทยกระโดดสู่อันดับ 30 ประเทศน่าทำธุรกิจ เล็งจ้างธนาคารโลกที่ปรึกษา
"สมคิด" ตั้งเป้าดันไทยกระโดดสู่อันดับ 30 ประเทศน่าทำธุรกิจ เล็งจ้างธนาคารโลกที่ปรึกษา
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการการจัดอันดับความยากง่ายการทำธุรกิจของไทย เปิดเผยว่า แม้ว่าล่าสุดธนาคารโลกจะจัดอันดับของไทยปีนี้ดีขึ้น จากอันดับที่ 49 มาอยู่ที่ 46 แต่รัฐบาลก็ไม่หยุดนิ่งจะต้องทำให้ดีขึ้นไปอีก โดยตั้งเป้าว่าในปีหน้าจะต้องอยู่ภายในอันดับ 30 เป็นอย่างน้อย ซึ่งไม่ได้ยาก เพราะรู้ว่าจุดอ่อนจุดแข็งอยู่ตรงไหน และมีเวลาแก้ไขถึงเดือน พ.ค. 2560 ที่จะสำรวจรอบใหม่
นอกจากนี้ จะว่าจ้างธนาคารโลกมาเป็นที่ปรึกษาในการแก้ไขปัญหาการจัดอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจ โดยจะให้ธนาคารโลกระบุในรายละเอียดว่า จุดไหนที่ต้องแก้ไข เพื่อแก้ให้ตรงจุด รวมทั้งได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูประเทศที่ได้อันดับ 1 ว่าต้องอำนวยความสะดวกอย่างไร ก็ให้ไทยทำลักษณะ ดังกล่าว
ขณะเดียวกันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องประชาสัมพันธ์สื่อสารไปยังภาคเอกชนและธนาคารโลกที่เป็นผู้จัดอันดับ ว่าไทยได้มีการพัฒนาอย่างไรบ้าง เพราะที่ผ่านมามีหลายเรื่องที่ไทยดำเนินการดีขึ้น แต่ธนาคารโลกไม่ได้นำไปคิด
"สำหรับสิ่งที่ต้องเร่งแก้ไขมีทั้งในเรื่องของการออกระเบียบการก่อสร้างต่างๆ การปรับปรุงกฎหมายด้านภาษี และการปฏิรูประบบการจดทะเบียนการจัดตั้งบริษัทให้เป็นรูปแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One Stop Service) นั้น เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จะเป็นผู้รับผิดชอบในการติดตามงานแต่ละด้าน" นายสมคิด กล่าว
นายสมคิด กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานในเชิงรุก เหมือนกับกรมบังคับคดีที่ได้รับการจัดอันดับในปีนี้ดีมาก เพราะนอกจากจะแก้ไขกฎหมายและระเบียบทำให้การบังคับคดีไวขึ้นแล้ว ยังเดินทางไปต่างประเทศอธิบายให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดอันดับได้รับรู้ในสิ่งที่ไทยได้ปรับปรุงให้ดีขึ้น
ทั้งนี้ คณะกรรมการจะรายงานแผนการทำให้การจัดอันดับดีขึ้นให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบถึงจุดอ่อนที่จะต้องเร่งแก้ไข โดยจะกำหนดหน่วยงานที่รับผิดชอบชัดเจน และติดตามผลอย่างใกล้ชิด โดยในเดือน ม.ค. 2560 จะเริ่มประชุมติดตามความคืบหน้าเป็นครั้งแรก







