
บีโอไอเร่งสร้างความมั่นใจตปท.
โพสต์ทูเดย์
— บีโอไอ ฟื้นความเชื่อมั่นนักลงทุนผ่านเวทีนักธุรกิจเอเปก ย้ำไทยพ้นวิกฤตเศรษฐกิจ หลังเศรษฐกิจฟื้น การเมืองสงบนางอรรชกา สีบุญเรือง เลขา ธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการปาฐกถาพิเศษเรื่อง
“นโยบายส่งเสริมการลงทุนและสภาพแวดล้อมของการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันของไทย” ให้กับนักธุรกิจจากประเทศสมาชิกเอเปกกว่า 150 ราย ที่เข้าร่วมการประชุมสภาที่ปรึกษาธุรกิจเอเปก (APEC Business Advisory Council – ABAC) ครั้งที่ 3 ประจำปี 2553 ว่าได้ใช้เวทีการประชุมครั้งนี้ แสดงความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อประเทศไทย เพราะปัจจุบันเศรษฐกิจไทยได้ผ่านพ้นช่วงวิกฤตทางเศรษฐกิจและการเมืองแล้วนอกจากนี้ ยังมีสัญญาณฟื้นตัวที่ดีขึ้นจากอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในช่วง 6 เดือน ในระดับ 10.6% สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2540 ดังนั้นมั่นใจว่า จากนี้ไปเศรษฐกิจของไทยจะเดินหน้าตามแผนที่รัฐบาลได้วางไว้ โดยบีโอไอ จะเป็นหน่วยสำคัญที่ผลักดันการลงทุนให้เกิดขึ้นตามเป้าหมาย
ทั้งนี้ ยังถือโอกาสเผยแพร่ข้อมูล เรื่องโอกาสและลู่ทางการลงทุน รวมถึงนโยบายการส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งนักธุรกิจจากประเทศสมาชิกเอเปกที่เข้าร่วมการประชุมสัมมนาในครั้งนี้ เป็นประเทศที่เข้ามาลงทุนส่วนใหญ่ในไทย โดยในช่วง 7 เดือนแรกปี 2553 นักลงทุนจากประเทศสมาชิกเอเปก ได้เข้ามาลงทุนในไทยรวมมูลค่ากว่า 7 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 70% ของการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศในไทย
ประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้ลงทุนในไทยมากที่สุด 4.33 หมื่นล้านบาท รองลงมาเป็นสิงคโปร์ 8,479 ล้านบาท จีน 7,120 ล้านบาท ฮ่องกง 2,755 ล้านบาท และไต้หวัน มาเลเซีย ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา ชาติละประมาณ 2,000 กว่าล้านบาท
สำหรับการลงทุนของภาคเอกชนในช่วง 7 เดือน (ม.ค.
–ก.ค.) ปี 2553 มีโครงการขนาดใหญ่ที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมจากบีโอไอหลายโครงการ อาทิ แคนาดอล กรุ๊ป ผู้ผลิตท่อขนส่งปิโตรเลียมสำหรับอุตสาหกรรมขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เงินลงทุนกว่า 2 หมื่นล้านบาทบริษัท ฮิตาชิ โกลบอล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ ลงทุน 1.5 หมื่นล้านบาท ผลิตฮาร์ดดิสก์ ไดรฟ์ ซึ่งสะท้อนให้นักลงทุนทั่วโลกเห็นว่า ไทยยังเป็นประเทศที่เหมาะสมในการเข้ามาลงทุนและตอกย้ำความมั่นใจของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อประเทศไทยไม่เปลี่ยนแปลง







