
ไม่ได้เห็นสัญญาณฟื้นตัว เศรษฐกิจไทยแบบนี้มานาน
เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายสิ้นปี 2016 นี้ นักลงทุนต่างไปจับจ้องที่ปัจจัยภายนอกประเทศว่าจะกลับมากระทบกับการลงทุนในบ้านเรามากน้อยขนาดไหน ซึ่งปัจจัยที่ว่าก็คือการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐและการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ ว่าสุดท้ายจะขึ้นดอกเบี้ยอีกสักครั้งหรือเปล่า แต่วันนี้สองหนุ่มพาย้อนกลับมาดูพื้นฐานเศรษฐกิจไทยเรากันว่า จริงๆ แล้วมีสัญญาณที่ดีซ่อนอยู่เหมือนกัน
เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายสิ้นปี 2016 นี้ นักลงทุนต่างไปจับจ้องที่ปัจจัยภายนอกประเทศว่าจะกลับมากระทบกับการลงทุนในบ้านเรามากน้อยขนาดไหน ซึ่งปัจจัยที่ว่าก็คือการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐและการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ ว่าสุดท้ายจะขึ้นดอกเบี้ยอีกสักครั้งหรือเปล่า แต่วันนี้สองหนุ่มพาย้อนกลับมาดูพื้นฐานเศรษฐกิจไทยเรากันว่า จริงๆ แล้วมีสัญญาณที่ดีซ่อนอยู่เหมือนกัน
เจษฎา : นับตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2/2016 ที่ผ่านมา จริงๆ แล้วเราเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในหลายส่วนทีเดียว
ชยนนท์ : ไม่ใช่แค่ไทยมั้งครับเจท ต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา IMF ก็คงประมาณการ GDP Growth ของเศรษฐกิจโลกไว้ที่ 3.4% โดยเป็นการเติบโตจากกลุ่มตลาดเกิดใหม่สูงถึง 4.6% ทีเดียว เห็นแบบนี้ไทยเราอยู่ในตลาดเกิดใหม่ ก็ต้องได้อานิสงส์ด้วยไม่มากก็น้อยล่ะครับ
เจษฎา : ครับ สำหรับในไทยเรา แบงก์ชาติคาดการเศรษฐกิจไทยน่าจะโตประมาณ 3.2% ในปีนี้และปีหน้า
ชยนนท์ : อ้าว ก็โตไม่เยอะนี่คุณเจท ปีหน้าโตเท่าปีนี้
เจษฎา : มองในมุมมองนั้นก็ใช่ครับ แต่มองอีกมุมก็คือ ปีที่แล้ว GDP Growth ของไทยเราโตอยู่ที่ระดับ 2.8% ตอนช่วงครึ่งปีแรก เรายังเห็นนักเศรษฐศาสตร์หลายท่านรวมถึงเราสองคนด้วย ยังกังวลกันอยู่แล้วว่า การบริโภคในประเทศจะฟื้นตัวไหม ปีนี้น้ำจะน้อยไหม ภัยแล้งจะกระทบเกษตรกรมากน้อยแค่ไหน แต่จนถึงตอนนี้ ก็ต้องบอกว่าเรามองร้ายเกินกว่าที่เรื่องจริงปรากฏออกมานะ
ชยนนท์ : อืม... เศรษฐกิจไทยเราชะลอมาหลายปีละ เหมือนปีนี้ จะเป็นปีแรกในรอบหลายปีที่แบงก์ชาติปรับเพิ่มประมาณการ GDP ในช่วงปลายปีนะ ปกติเข้าปลายปีทีไรโดยปรับลดประมาณการตลอด
เจษฎา : ในรายละเอียดนะคุณแบงค์ ล่าสุด สัปดาห์นี้ทางสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ระบุว่า สรท.ได้มีการปรับประมาณการลงเหลือที่ประมาณการส่งออกมีการติดลบน้อยลงอยู่ที่ติดลบ 0.8-0%
ส่วนคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ก็มีการปรับประมาณการส่งออกปีนี้ใหม่ จากเดิมที่คาดไว้ว่าจะอยู่ที่ลบ 2-0.0% เป็นลบ 1-0.0% แสดงว่าในมุมมองของเอกชนเขามองว่า ภาคการส่งออกเราจะค่อยๆ ดีขึ้น และน่าจะกลับมาขยายตัวได้ในปีหน้า
ชยนนท์ : แล้วภาคการบริโภคล่ะคุณเจทฟื้นแล้วหรอ
เจษฎา : ล่าสุดตัวเลข FarmIncome หรือ รายได้ภาคการเกษตร กลับมาขยายตัวบวก 10.9% yoy ขยายตัวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2012
ชยนนท์ : ดูจากข้อมูลที่คุณเจทว่ามาเนี่ย ดูเหมือนเศรษฐกิจไทยจะอยู่ในทางที่ดีขึ้นจริงๆ นะ งั้นผมชวนดูในฝั่งว่า แล้วมันคือโอกาสในการลงทุนหรือเปล่าดูบ้าง ล่าสุดดูจาก Bloomberg Consensus มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนไทยในปี 2016 & 2017
โดยในปี 2017 นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เชื่อว่ากำไรจะปรับเพิ่มขึ้นทำ New High ถ้าเป็นไปตาที่คาดการณ์จริงๆนะ น่าจะเป็นผลบวกต่อ SET ในระยะยาวแน่นอน
เจษฎา : ถ้ากำไรทำ New High จริงๆ ตลาดหุ้นก็ต้องทำ New High ด้วยรึเปล่า?
ชยนนท์ : อีกเรื่องคือยอดซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติในปีนี้เป็นปีแรกในรอบ 4 ปี มูลค่าเกินกว่าแสนล้านบาท เห็นแค่นี้เราก็อาจรู้สึกว่าซื้อมาเยอะแล้วมั้ง จะซื้อมากกว่านี้ได้อีกหรือ? คำตอบนี้ คุณเจทน่าจะตอบได้ดีนะ
เจษฎา : ผมมองว่ายังมีโอกาสสูงมากที่นักลงทุนต่างชาติจะเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยเพิ่มในปีหน้าจาก
1.เศรษฐกิจไทยปีนี้น่าจะขยายตัวได้ดีขึ้น
2.จากข้อ 1 กำไรบริษัทจดทะเบียนก็จะปรับตัวสูงขึ้นตามด้วย
3.เหมือนตลาดหุ้นโลกจะหมดปัจจัยลบ เพราะถ้าทราบผลการเลือกตั้งสหรัฐ และรู้แล้วว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างระมัดระวัง ขณะที่เศรษฐกิจจีนก็เริ่มไม่ชะลอลงมากกว่าเดิม
ความเสี่ยงลดลงแบบนี้ ก็เป็นโอกาสดีในการลงทุนรับการเติบโตในปีหน้านะครับ







