
‘วีจีไอ’กำไรลด24%
วีจีไอไตรมาส 2 กำไรลด 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้ ประเมินครึ่งหลังโตตามเป้าเพราะการต่อจิ๊กซอว์ธุรกิจ
วีจีไอไตรมาส 2 กำไรลด 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้ ประเมินครึ่งหลังโตตามเป้าเพราะการต่อจิ๊กซอว์ธุรกิจ
นายสุรเชษฐ์ บำรุงสุข กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วีจีไอ โกลบอล มีเดีย หรือ VGI เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ของปี 2559/2560 (1 ก.ค.-30 ก.ย.) ว่ามีกำไร 197 ล้านบาท ลดลง 24% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้มีรายได้ 712 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% แต่กำไรเทียบไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 4%
ทั้งนี้ ส่งผลให้ 6 เดือนแรกปี 2559/2560 มีกำไร 511 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 2.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากรายได้ 1,262 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาจากการรับรู้รายได้จากการขยายฐานสื่อโฆษณากลางแจ้งที่ VGI ได้เข้าไปลงทุนในบริษัท มาสเตอร์ แอด (MACO) เพิ่มเป็น 33.88% รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนการเข้าถือครองหุ้นในบริษัท แอโร มีเดีย เป็น 28% จากเดิมอยู่ที่ 20% ส่งผลดีต่อการรับรู้รายได้จากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาตมองว่ากำไรไตรมาส 2 ของ VGI ต่ำกว่าที่คาด เพราะค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น ขณะที่กำไรเติบโตจากไตรมาสแรกเป็นผลมาจากการรวมบริษัท มาสเตอร์ แอด อย่างเต็มไตรมาส
กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ VGI กล่าวว่า การสร้างโอกาสใหม่ให้แก่ VGI จากขีดความสามารถการแข่งขันที่แข็งแกร่งเพื่อรองรับการเติบโตของสื่อโฆษณานอกบ้าน และช่วยผลักดันผลการดำเนินงานในปีนี้ให้เติบโตประมาณ 40-50% ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
สำหรับแผนงานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2559/2560 เชื่อมั่นว่าจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง หลังจากได้ต่อจิ๊กซอว์ทางธุรกิจซื้อหุ้น 90% ในบางกอก สมาร์ท การ์ด ซิสเต็ม (BSS) และบีเอสเอสโฮลดิ้ง (BSSH) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการธุรกิจอี-วอลเล็ต ผ่านการให้บริการแรบบิท ไลน์เพย์ รวมถึงแรบบิทการ์ด ที่ VGI สามารถนำข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้ามาใช้ในการวิเคราะห์และวางแผนใช้สื่อโฆษณาเพื่อเน้นไปยังกลุ่มผู้รับสื่อได้ตรงกลุ่มเป้าหมายและวัดผลการใช้สื่อโฆษณาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจของ VGI ให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางสื่อโฆษณาภายใต้ฐานข้อมูลแบบครบวงจร และเป็นหนึ่งในฐานขยายผู้รับชมสื่อโฆษณาเพิ่มขึ้นเป็น 25 ล้านคน/วัน และเพิ่มกำลังการผลิตสื่อโฆษณาจากเดิม 3,900 ล้านบาท เป็น 7,300 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ขยายตลาดไปมาเลเซีย ทำสื่อโฆษณาบนรถไฟฟ้าทั้งบนสถานีและขบวนรถไฟฟ้าสาย SBK ที่จะเปิดให้บริการเดินรถเฟสแรกภายในสิ้นปีนี้และจะเปิดอย่างทางการเต็มระบบในกลางปี 2560 ที่คาดว่าจะมีผู้โดยสารกว่า 4 แสนคน/วัน







