
ไฮเออร์ลงทุนไทยปีหน้า300ล.
ไฮเออร์กางแผนปี 2560 ลงทุน 300 ล้าน เพิ่มผลิตตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ ดันแบรนด์ขึ้นท็อป 3 ในไทย
ไฮเออร์กางแผนปี 2560 ลงทุน 300 ล้าน เพิ่มผลิตตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ ดันแบรนด์ขึ้นท็อป 3 ในไทย
นายหยางเสี้ยวหลิน ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ไฮเออร์ ประเทศไทย ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน แบรนด์ “ไฮเออร์” เปิดเผยว่า แผนการลงทุนของบริษัทปี 2560 เตรียมใช้งบลงทุนใหม่ 300 ล้านบาท เพื่อขยายการผลิตสินค้าใหม่ในกลุ่มระดับบน (ไฮเอนด์) ทั้งตู้เย็นไซด์บายไซด์ และเครื่องปรับอากาศ แบบเซลฟ์ คลีนนิ่ง ในโรงงานที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เพื่อรองรับตลาดส่งออกในต่างประเทศและภูมิภาคอาเซียน รวมถึงตลาดในประเทศไทย
ทั้งนี้ การลงทุนอย่างต่อเนื่องในไทย เพราะมีความเชื่อมั่นกับตลาดในไทยและในภูมิภาคอาเซียนที่กำลังเติบโต ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ส่วนแผนลงทุนสร้างโรงงานอัจฉริยะที่เป็นอุตสาหกรรม 4.0 ในไทยนั้น จะต้องดูความเหมาะสมของสถานการณ์และปัจจัยต่างๆ ภายนอก รวมถึงการพร้อมรองรับเทคโนโลยีและนโยบายสิทธิประโยชน์ต่างๆ ถือเป็นเรื่องของอนาคต
นายตู้จิ้งกั๋ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทไฮเออร์ เอเชีย กล่าวว่า นโยบายของบริษัทต้องการสร้างแบรนด์ไฮเออร์ให้ขึ้นอันดับ 3 ในตลาดรวมเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทย จากปัจจุบันติดอันดับ 1 ใน 10 ของตลาดรวมเครื่องใช้ไฟฟ้าไทย โดยจะมุ่งผลักดันกลุ่มสินค้าตู้เย็นและเครื่องปรับอากาศเป็นสินค้าหลักเข้ามาทำตลาด เพราะสามารถสร้างยอดขายเติบโตดี
ปัจจุบันแบรนด์ไฮเออร์มีส่วนแบ่งตลาดสินค้ากลุ่มตู้แช่อยู่อันดับ 3 ของไทย เครื่องซักผ้าอยู่อันดับ 6 หรือ 7 และเครื่องปรับอากาศอยู่อันดับที่ 8 ของตลาดรวม ปีหน้ามีแผนนำสินค้ากลุ่มเครื่องล้างเข้ามาทำตลาด
นายตู้ กล่าวว่า ภาพรวมตลาดในอาเซียน ไฮเออร์สามารถขึ้นเป็นผู้นำในตลาดหลายประเทศแล้ว ทั้งในประเทศเวียดนาม มีส่วนแบ่งกว่า 30% ส่วนประเทศอื่นๆ ขึ้นเป็นผู้นำในบางกลุ่มสินค้า ขณะที่ไฮเออร์ เอเชีย ขึ้นสู่อันดับ 3 ในตลาดรวมเครื่องใช้ไฟฟ้าเอเชีย และใช้เวลาสร้างแบรนด์ประมาณ 5 ปี ทำให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคได้มาก โดยแบรนด์อยู่ในใจผู้บริโภค (แบรนด์ อะแวแนส) 70-80% รวมทั้งยอดขายขึ้นอันดับ 1 หลายกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่น และแบรนด์ติดอันดับ 5 ในตลาดรวมญี่ปุ่น
ขณะที่ภาพรวมยอดขายในเอเชียปี 2558 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ มียอดขายในอาเซียน 600 ล้านเหรียญสหรัฐ โตต่อเนื่องจากกลยุทธ์ทำตลาดให้แบรนด์เติบโตและมีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ครอบคลุมทุกกลุ่ม รวมถึงเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้การยอมรับมากขึ้น และมีศูนย์วิจัยพัฒนาสินค้า (อาร์แอนด์ดี) พร้อมพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค โดยตลาดไทยจะแข่ง 3 ค่ายหลัก คือ ญี่ปุ่น เกาหลี และจีน







