
เมืองไทยที่น่าอยู่
เวลาผ่านไปสามอาทิตย์แล้ว สามอาทิตย์ที่ประชาชนชาวไทยร่วมแสดงความไว้อาลัยและพร้อมเพรียงกันสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
โดย...ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญ
เวลาผ่านไปสามอาทิตย์แล้ว สามอาทิตย์ที่ประชาชนชาวไทยร่วมแสดงความไว้อาลัยและพร้อมเพรียงกันสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อีกทั้งได้แสดงความจงรัก ความภักดี ที่เรามีต่อพระองค์ผู้เป็นที่รักเทิดทูนเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม สามอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำถึงสามพลังแห่งความศรัทธาของคนไทย
ข้อแรก เราได้เห็นน้ำใจของคนไทยที่มีต่อกัน ตลอดการเดินทางไปแสดงความไว้อาลัย ผู้ที่ไปสนามหลวงมาแล้วต่างกลับมาแชร์ในโซเชียลเน็ตเวิร์กของตนถึงความประทับใจใน “การให้แบบไม่หวังผลตอบแทน” การให้ที่จุดประกาย นำไปสู่การให้ที่ตามมาอีกมากมาย ด้วยน้ำใจไทย และแม้แต่จากชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยที่งดงามนี้
ข้อสอง เราได้เห็นความห่วงใย การแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ คนที่เดินทางไปลงนามแสดงความไว้อาลัยแล้ว แม้จะเหน็ดเหนื่อยอยู่ก็ตาม ยังพยายามสื่อสารผ่านช่องทางต่างๆ ให้ผู้อื่นได้ทราบถึงการเตรียมตัวและการปฏิบัติตน เพื่อสวัสดิภาพของคนที่กำลังจะตามไป
ข้อสาม เราได้ตอกย้ำจิตสำนึกว่าเราโชคดีเพียงใด ที่ได้เกิดมาใต้ร่มพระบารมีของพระองค์ท่าน ในความน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เราได้แลกเปลี่ยนข้อมูลที่ประเสริฐสุดของชีวิตเรา เช่น พระอัจฉริยภาพของพระองค์ พระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ ตลอดพระชนมายุของพระองค์ พระราชดำรัส และพระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทยในโอกาสต่างๆ ผู้คนต่างสายอาชีพและวงการ ได้แสดงถึงความซาบซึ้งและให้คำมั่นในการเดินตามรอยเท้าพ่อ
ไม่เพียงในประเทศไทย พระปรีชาสามารถของพระองค์ท่านเป็นที่เชิดชูทั้งชนชาติไทยและนานาชาติ และนำไปสู่ประโยชน์เพื่อมนุษยชาติอย่างแท้จริง สหประชาชาติยกย่อง เชิดชูแนวทางสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ตามปรัชญาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ดั่งที่เราได้ชมการกล่าวสดุดีพระองค์ท่าน โดยที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติในนครนิวยอร์ก วันศุกร์ที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา
อาจารย์ชาวต่างชาติท่านหนึ่งที่ดิฉันรู้จัก ได้นำเรื่องราวของพระองค์ท่านบรรยายให้นักศึกษาฟัง ในการสอนเรื่อง Business Ethics ที่ University of Washington
ดิฉันเชื่อว่าด้วยพลังศรัทธาและการช่วยกันต่อไปในการกระตุ้นจิตสำนึกน้อมนำหลักการทำงานและการดำเนินชีวิตตามรอยพระบาท อันเปี่ยมด้วยมนุษยธรรมที่ควบคู่ไปกับคุณธรรม การสืบสานวิถีชีวิตเพื่อความยั่งยืนของสังคมและสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆ ตัวเรา จะช่วยให้ชาวไทยมีความสุข และประเทศไทยเป็นประเทศที่น่าอยู่ไม่แพ้ประเทศอื่นใด
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า อัจฉรา จุ้ยเจริญ







