posttoday
ซีพีบุกฟินเทค ฝันร้ายของธนาคารไทย

ซีพีบุกฟินเทค ฝันร้ายของธนาคารไทย

03 พฤศจิกายน 2559

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์

ภาพการจับมือของ ธนินท์เจียรวนนท์ ประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และแจ็ค หม่า ประธานบริหารอาลีบาบา กรุ๊ป ที่ฮ่องกง ในการเปิดตัวพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างบริษัท แอสเซนด์ กรุ๊ป ในเครือซีพี และบริษัท แอนท์ ไฟแนนเชียล เซอร์วิสเซส กรุ๊ป ในเครืออาลีบาบา สร้างความสั่นสะเทือนในแวดวงการเงินของไทยอย่างมาก เพราะเป็นการประกาศรุกธุรกิจการเงินอย่างเต็มตัวของบริษัทยักษ์ใหญ่

แอสเซนด์ กรุ๊ป เรียกตัวเองว่า เป็นธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงิน (ฟินเทค) ซึ่งวางแผนทำธุรกิจทางการเงินอย่างครบวงจร ที่เริ่มต้นขึ้นแล้วในบริการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อี-เพย์เมนต์) และบริการกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อี-วอลเล็ต) ภายใต้ชื่อ  “ทรูมันนี่” ซึ่งคาดว่าจะมีธุรกรรมการเงินผ่านช่องทางทรูมันนี่ 7.5 หมื่นล้านบาท ในสิ้นปี 2559

นอกจากนี้ ยังมีบริการให้สินเชื่อในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) รายย่อยระดับไมโครและนาโนไฟแนนซ์ ภายใต้บริษัท แอสเซนด์นาโน ที่นำร่องปล่อยสินเชื่อให้แก่เอสเอ็มอีที่เป็นคู่ค้ากับบริษัทในเครือซีพี เพื่อเสริมสภาพคล่องไปหมุนเวียน และเตรียมแผนขยายสินเชื่อธุรกิจรายย่อยในวงกว้าง เมื่อระบบภายในและตลาดมีความพร้อม

ความสัมพันธ์ระหว่างเครือซีพี และอาลีบาบา ยิ่งกระชับแนบแน่นมากขึ้น เมื่อทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงในการให้ แอนท์ ไฟแนนเชียล เซอร์วิสเซส กรุ๊ป เข้าถือหุ้นในบริษัท แอสเซนด์ มันนี่ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของแอสเซนด์ กรุ๊ป สัดส่วน 20% และพร้อมเพิ่มเป็น 30% ในไม่ช้า นับเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งและศักยภาพในธุรกิจการเงินของเครือซีพีอย่างมาก

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากสถาบันการเงินไทย เพราะขึ้นชื่อว่า เครือซีพี รุกธุรกิจใดแล้ว ย่อมวางเป้าหมายใหญ่ในการชิงส่วนแบ่งตลาดนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ซีพีมีการทำธุรกิจที่หลากหลาย ทำให้สามารถใช้ศักยภาพของแต่ละบริษัทเสริมกันได้เป็นอย่างดี ดังจะเห็นได้จากการให้บริการทางการเงินผ่านช่องทางร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นในขณะนี้

เครือข่ายร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ที่เรียกได้ว่า มีอยู่ทุกมุมถนนของประเทศ และให้บริการ 24 ชั่วโมง เป็นจุดแข็งในการเข้าถึงของประชาชนทุกกลุ่มได้ง่ายดาย เป็นไม้ตายสำคัญที่จะผลักดันให้ธุรกิจการเงินของเครือซีพี ทั้งการชำระเงินและการปล่อยกู้มีโอกาสเติบโตเหนือกว่าคู่แข่งไม่ว่าจะเป็นฟินเทคด้วยกัน ธนาคาร หรือสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (นันแบงก์)

ปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท แอสเซนด์ กรุ๊ป กล่าวว่า ไม่ได้มองโอกาสเพียงในประเทศ แต่มองเห็นโอกาสใหญ่ในอาเซียน ที่มีประชากร 620 ล้านคน แต่มีคนที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน (อันแบงก์) สัดส่วนถึง 60% ซึ่งบริษัทตั้งเป้าหมายที่จะเป็นผู้ให้บริการทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีฐานลูกค้าให้ได้ 100 ล้านคน ภายในปี 2563 และมีจุดให้บริการทางการเงินของทรูมันนี่ในภูมิภาคอาเซียนไว้ที่ 5 แสนจุด ภายในปีหน้า

กลยุทธ์ของ แอสเซนด์ กรุ๊ป คือ การสร้างแพลตฟอร์มพร้อมระบบวิเคราะห์ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (บิ๊กเดต้าอะนาไลติกส์) ที่เข้าถึงลูกค้า ควบคู่ไปกับความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจการเงินในบริการชำระเงิน (เพย์เมนต์) การปล่อยสินเชื่อ (เลนดิ้ง) การลงทุน (อินเวสเมนต์) ประกัน (อินชัวรันส์) และธุรกิจการเงินอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในอนาคต

หากประเมินสถานการณ์คร่าวๆ จะพบว่า การเข้ามารุกธุรกิจการเงินของเครือซีพี ภายใต้บริษัท แอสเซนด์ กรุ๊ป น่าจะส่งผลกระทบกับ 2 กลุ่มหลัก คือ สถาบันการเงิน ที่จะถูกแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดออกไป และผู้ประกอบการฟินเทค หน้าใหม่ที่แข่งขันกับยักษ์ใหญ่ได้ยาก

ในด้านผลกระทบของสถาบันการเงิน บริการของแอสเซนด์ กรุ๊ป ก้าวล้ำมาทดแทนบริการทางการเงินพื้นฐานของธนาคารได้แล้ว แม้ว่าสถาบันการเงินได้เร่งปรับตัวมาระยะหนึ่งรองรับการรุกคืบของฟินเทคและพฤติกรรมลูกค้าที่ใช้บริการดิจิทัลแบงก์กิ้งแล้วก็ตาม

ที่ผ่านมา การปรับตัวของธนาคารส่วนใหญ่ยังไม่เป็นเชิงรุกมากนัก เพราะเดิมยังไม่มองว่า ฟินเทคน่ากังวล เนื่องจากฟินเทคส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจ (สตาร์ทอัพ) มีแนวคิดแปลกใหม่ แต่จุดอ่อน คือ ยังขาดความรู้ความเข้าใจตลาดเชิงลึก แต่ดูเหมือนว่าจากนี้ธนาคารพาณิชย์คงต้องปรับกระบวนทัพใหม่จากการเข้ามารุกตลาดบริการทางการเงินของเครือซีพี

ส่วนผลต่อฟินเทคนั้น กรณ์ จาติกวณิช ประธานชมรมฟินเทคแห่งประเทศไทย ยอมรับว่า ความร่วมมือระหว่างอาลีบาบาและซีพี เห็นถึงโอกาสและความน่ากลัว โดยเห็นความสะดวกของผู้ใช้บริการมากขึ้น ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ที่ถูกผนวกเข้ากับชีวิตประจำวัน เช่น ฝาก-ถอนเงินได้ที่เซเว่นอีเลฟเว่นโอนเงินทางแอพมือถือ กู้เงินระหว่างบุคคลกับบุคคล (พีทูพี) ทางมือถือ และจ่ายดอกเบี้ยผ่านเซเว่นอีเลฟเว่น เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม กรณ์ ตั้งข้อสังเกตว่า การครองตลาดในระดับนี้จะมีผลอย่างไรต่อผู้ประกอบการอื่น รวมไปถึงผลต่อการพัฒนาของธุรกิจเอสเอ็มอี และนวัตกรรมโดยทั่วไปที่ต้องอาศัยสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขัน

“สิ่งที่เราอยากขอ คือ อย่ากีดกันทางการค้าคนอื่น ให้โอกาสฟินเทคอื่นๆ ที่ไม่ใช่ในเครืออาลีบาบา หรือซีพี เติบโตบ้าง และเติบโตไปด้วยกัน เช่น ถ้าจะ
ใช้บริการฟินเทคที่สร้างขึ้นใหม่ ก็ให้คนใช้มือถือค่ายอื่นใช้ได้ด้วย จะจ่ายเงินด้วย อี-วอลเล็ต ที่เซเว่นฯ ก็ให้โอกาสอี-วอลเล็ต เจ้าอื่นเป็น เพย์เมนต์ เกตเวย์ ได้บ้าง แล้วการแข่งขันจะทำให้ประเทศไทย รวมถึงกลุ่มซีพีเองพัฒนาได้อีกเยอะ” กรณ์ ระบุ

การทำธุรกิจอย่างเสรี เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนากลไกตลาด แต่สัจธรรมของธุรกิจที่หนีไม่พ้น คือ คนเข้มแข็งคือคนที่อยู่รอด ฉะนั้นทำอย่างไรจึงจะไม่เป็นปลาใหญ่กินปลาเล็ก หรือทำอย่างไรที่จะสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาฟินเทค ต้องฝากความหวังไว้ที่การกำกับดูแลเพื่อสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมกับทุกฝ่ายให้เกิดขึ้น

สำหรับธนาคารพาณิชย์เอง แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทย ก็เป็นกังวลถึงการเข้าสู่ธุรกิจฟินเทคในตลาดไทยของอาลีบาบากับซีพีอย่างมาก ขณะนี้ผลกระทบจากฟินเทคและการเปลี่ยนผ่านระบบเศรษฐกิจเป็นดิจิทัล เห็นผลชัดเจนว่าสาขาของธนาคารหดตัวลงและในระยะยาวจะเห็นผลชัดเจนกว่านี้ ว่าปริมาณธุรกิจของธนาคารอาจจะลดลง เพราะมีฟินเทคมาแชร์ส่วนแบ่งการตลาดไป

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ