
คมนาคมหวั่นงบเวนคืนพุ่ง
คมนาคมเดินหน้ามอเตอร์เวย์นครปฐม-ชะอำ เคาะประมูลปลายปี 2560 หวั่นงบเวนคืนเพิ่ม
คมนาคมเดินหน้ามอเตอร์เวย์นครปฐม-ชะอำ เคาะประมูลปลายปี 2560 หวั่นงบเวนคืนเพิ่ม
นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดงานเปิดรับฟังความเห็นและความสนใจจากภาคเอกชน (Market Sounding) ในการเข้าร่วมลงทุนและบริหารโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 ช่วงนครปฐม-ชะอำ ของกรมทางหลวง (ทล.) ว่ามอเตอร์เวย์สายนครปฐม-ชะอำ ระยะทาง 109 กิโลเมตร (กม.) วงเงินรวม 63,998 ล้าน แบ่งเป็นงบประมาณเวนคืนที่ดิน 9,488 ล้านบาท และงบประมาณการก่อสร้างและบริหารที่พักริมทางจำนวน 54,510 ล้านบาท
ทั้งนี้ เป็นหนึ่งในแผนระยะเร่งด่วนของงบประมาณการลงทุนในปี 2560 ปัจจุบันได้ดำเนินศึกษารายละเอียดแล้วทั้งหมดและรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมได้ผ่านความเห็นชอบจากสำนักงาน นโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) แล้ว ขณะนี้อยู่ในระหว่างการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินต่อไป โดยจะเป็นการลงทุนแบบ PPP Net Cost หรือเปิดให้เอกชนลงทุนเต็มรูปแบบ ทั้งงานก่อสร้าง งานระบบจัดเก็บค่าผ่านทาง ตลอดจนบริหารและซ่อมบำรุงรักษา เพื่อลดภาระงบประมาณรายจ่ายของประเทศ โดยจะเร่งสรุปรูปแบบเพื่อเสนอคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) ช่วงต้นปี 2560 เพื่อเปิดประมูลให้ทันภายในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2560 คาดว่าจะสามารถลงนามสัญญาภายในปี 2561 ใช้เวลาก่อสร้าง3 ปี ระหว่างปี 2562-2564 ก่อนเปิดให้บริการในปี 2565
นายชาติชาย กล่าวว่า หลังเปิดใช้บริการในปี 2565 จะมีปริมาณรถยนต์เฉลี่ย 43,673 คัน/วันและจะเพิ่มเป็น 122,108 คัน/วัน ในปี 2594 ด้วยอัตราขยายตัวเฉลี่ย 3.5% ต่อปี ประกอบไปด้วย 4 ช่องทางจราจร ควบคุมทางเข้าออกเป็นแบบระบบปิดพร้อมด่านเก็บค่าผ่านทาง 9 แห่ง ทางแยกต่างระดับอีก 8 แห่ง โดยกำหนดให้มีที่พักริมทางทั้งหมด 5 แห่ง ประกอบด้วย ศูนย์บริการทางหลวง 1 แห่ง บริเวณ จ.ราชบุรี สถานที่บริการทางหลวง 2 แห่ง บริเวณ อ.นครชัยศรีและอ.บ้านลาด และสถานที่พักริมทางหลวงอีก 2 แห่ง บริเวณ อ.บางแพ และเขาย้อย
แหล่งข่าวกรมทางหลวง เปิดเผยว่า โครงการมอเตอร์เวย์นครปฐม-ชะอำ มีโอกาสล่าช้าในขั้นตอนการก่อสร้างเพราะเป็นเส้นทางที่มีปัญหาเรื่องเวนคืนมากที่สุด เนื่องจากพาดผ่านพื้นที่โรงงานและแหล่งอสังหาริมทรัพย์ภาคเอกชนจนเกิดปัญหาการประท้วงในหลายพื้นที่ ประกอบกับงบประมาณเพื่อใช้เวนคืนที่ดินยังสูงกว่าที่ตั้งไว้ 100% หรือราว 1.9 หมื่นล้านบาท จากเดิมที่ตั้งไว้เพียง 9,488 ล้านบาท โดยจะเริ่มก่อตั้งงบประมาณเวนคืนพื้นที่ในปี 2561 จากนั้นจะดำเนินการเวนคืนควบคู่ไปกับการก่อสร้าง เพื่อควบคุมระยะเวลาให้แล้วเสร็จตามแผนที่ตั้งไว้ในช่วงปลายปี 2564
ทั้งนี้ ในขั้นตอนดังกล่าวยังคงติดเรื่อง พ.ร.บ.เวนคืนที่ดิน เพราะกฎหมายระบุว่าให้มีการเวนคืนที่ดินไปสร้างทางหลวงพิเศษไม่ใช่ทางหลวงสัมปทานตามรูปแบบที่กำหนดไว้ให้เป็นการลงทุน PPP Net Cost ที่เป็นการยกสัมปทานให้เอกชนทั้งหมด หากรัฐบาลดำเนินการเวนคืนที่ดิน เพื่อไปก่อสร้างทางหลวงสัมปทานจะทำให้ขัดกับหลักกฎหมาย







