
ปลุกค้าชายแดนไทย-กัมพูชา
หอการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา 7 จังหวัดภาคอีสาน-ตะวันออก จับมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดน กระตุ้นการท่องเที่ยว
หอการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา 7 จังหวัดภาคอีสาน-ตะวันออก จับมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจชายแดน กระตุ้นการท่องเที่ยว
นายอรรถพร สิงหวิชัย ผวจ.สุรินทร์ กล่าวในการประชุมคณะกรรมการหอการค้า 7 จังหวัด อีสาน-บูรพา ว่า สถิติการค้าขายชายแดนไทย-กัมพูชา ในช่วง 8 เดือนแรก (ม.ค.-ส.ค.) 2559 พบว่ามีมูลค่าการค้ารวม 83,920.05 ล้านบาท ลดลง 0.13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีมูลค่า 84,025.54 ล้านบาท แบ่งเป็นมูลค่าการส่งออก 68,318.17 ล้านบาท และการนำเข้ามูลค่า 15,601.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.20% ไทยได้ดุลการค้า 52,716.29 ล้านบาท
สำหรับสินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบเครื่องยนต์สันดาบภายในแบบลูกสูบฯ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมันเบนซิน สินค้าที่นำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ ผักและของปรุงแต่งจากผัก ลวดและสายเคเบิลที่หุ้มฉนวน อะลูมิเนียม และผลิตภัณฑ์ รวมทั้งเสื้อผ้าสำเร็จรูป เป็นต้น
ทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมการหอการค้า 7 จังหวัด อีสาน-บูรพาบนความร่วมมือการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งทางหอการค้าแห่งประเทศไทยจัดขึ้น ประกอบด้วย 7 จังหวัดจากภาคอีสานและภาคตะวันออก ที่มีชายแดนติดกับประเทศกัมพูชา ประกอบด้วย จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้วตราด และ จ.จันทบุรี เข้าร่วมประชุม โดย จ.สุรินทร์ เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุม
นายสมบัติ สมบูรณ์เทอดธนา ประธานหอการค้าจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า การประชุมในครั้งนี้ทางด้านหอการค้าประเทศไทยได้จัดขึ้น โดยให้ จ.สุรินทร์ ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม เป็นการประชุมคณะกรรมการหอการค้า 7 จังหวัดภาคอีสานและตะวันออก ที่มีชายแดนติดกับประเทศกัมพูชา เพื่อร่วมขับเคลื่อนการค้าการลงทุน ทั้งด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ก่อนที่รวบรวมนำเสนอให้กับทางหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อหาแนวทางส่งเสริมต่อไป
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือและรับฟังการดำเนินการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าชายแดนของแต่ละจังหวัด การพัฒนาด่านการค้าชายแดน ปัญหาทางด้านแรงงาน การยกระดับด่านชายแดน ประเด็นปัญหาเอกสารการข้ามแดน รวมไปถึงปัญหาเรื่องกฎระเบียบต่างๆ ก่อนรวบรวมนำเสนอต่อที่ประชุมหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมส่งเสริมการค้าชายแดนให้พัฒนายิ่งขึ้นต่อไป โดยเฉพาะด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ







