
ลุยรถไฟทางคู่เพิ่ม3เส้น
ครม.ไฟเขียวรถไฟทางคู่เพิ่ม 3 สาย กว่า 5.5 หมื่นล้าน พร้อมเดินหน้า เฟส 2 อีก 9 เส้นทาง เริ่มปี 2560
ครม.ไฟเขียวรถไฟทางคู่เพิ่ม 3 สาย กว่า 5.5 หมื่นล้าน พร้อมเดินหน้า เฟส 2 อีก 9 เส้นทาง เริ่มปี 2560
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 พ.ย. อนุมัติให้ดำเนินโครงการรถไฟทางคู่เพิ่มเติม 3 เส้นทาง วงเงินลงทุนรวม 55,008.27 ล้านบาท ประกอบไปด้วย 1.ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ ระยะทาง 148 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 24,722.28 ล้านบาท 2.ช่วงนครปฐม-หัวหิน ระยะทาง 165 กม. วงเงิน 20,046.41 ล้านบาท และ 3.ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 90 กม. วงเงิน 10,239.58 ล้านบาท เริ่มทยอยประกวดราคาตั้งแต่เดือน มี.ค. 2560
นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ครม.ได้อนุมัติให้ดำเนินการรถไฟทางคู่ไปแล้ว 4 เส้นทาง ได้แก่ 1.ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย และ 2.ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 3.ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร และ 4.ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเตรียมประกาศประกวดราคา เมื่อรวมกับอีก 3 เส้นทางที่ ครม.อนุมัติในครั้งนี้ในปี 2559 ก็ถือได้ว่าดำเนินการครบตามเป้าหมายรวม 7 เส้นทาง ระยะทางรวมประมาณ 995 กม. แล้ว
สำหรับปี 2560 จะดำเนินการเพิ่มเติมอีก 9 เส้นทาง แบ่งเป็น 7 เส้นทางเดิม 1.ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย 2.ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี 3.ช่วงขอนแก่น-หนองคาย 4.ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี 5.ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา 6.ช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ 7.ช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ และเพิ่มเติม 2 เส้นทางใหม่ ได้แก่ เส้นทางช่วงเด่นชัย-เชียงของ และเส้นทางช่วงบ้านไผ่-นครพนม รวมระยะทางที่จะดำเนินการในปี 2560 ทั้งสิ้น 16 เส้นทาง ระยะทางรวม 2,174 กม.
นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการเร่งติดตามเบิกจ่ายงบประมาณกระทรวงคมนาคมตั้งเป้าเบิกจ่ายงบประมาณในไตรมาสแรก 1.5 แสนล้านบาท แบ่งเป็น งบลงทุน 138,541 ล้านบาท และงบประจำ 12,208 ล้านบาท คิดเป็น 15% ของงบประมาณลงทุนในปี 2560
ทั้งนี้ ได้กำชับให้แต่ละหน่วยงานเร่งดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณในโครงการที่มีมูลค่าไม่เกิน 2 ล้านบาท ภายในเดือน ธ.ค.ปีนี้ ซึ่งมีทั้งสิ้น 2,702 โครงการ วงเงิน 3,992 ล้านบาท ขณะนี้ลงนามไปแล้ว 481 โครงการ มูลค่ารวม 746 ล้านบาท ส่วนด้านโครงการขนาดกลางที่มีมูลค่าตั้งแต่ 2 ล้านบาท ไปจนถึง 1,000 ล้านบาทนั้น จะเร่งทำสัญญาให้เสร็จภายในเดือน ธ.ค.ปีนี้ พร้อมกับเบิกจ่ายตามงวดงาน ซึ่งมีทั้งสิ้น 5,047 โครงการ วงเงิน 56,177 ล้านบาท โดยขณะนี้ลงนามสัญญาไปแล้ว 901 โครงการ วงเงิน 9,465 ล้านบาท







