posttoday
ลุยรถไฟทางคู่เพิ่ม3เส้น

ลุยรถไฟทางคู่เพิ่ม3เส้น

02 พฤศจิกายน 2559

ครม.ไฟเขียวรถไฟทางคู่เพิ่ม 3 สาย กว่า 5.5 หมื่นล้าน พร้อมเดินหน้า เฟส 2 อีก 9 เส้นทาง เริ่มปี 2560

ครม.ไฟเขียวรถไฟทางคู่เพิ่ม 3 สาย กว่า 5.5 หมื่นล้าน พร้อมเดินหน้า เฟส 2 อีก 9 เส้นทาง เริ่มปี 2560

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 พ.ย. อนุมัติให้ดำเนินโครงการรถไฟทางคู่เพิ่มเติม 3 เส้นทาง วงเงินลงทุนรวม 55,008.27  ล้านบาท ประกอบไปด้วย 1.ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ ระยะทาง 148 กิโลเมตร (กม.) วงเงิน 24,722.28 ล้านบาท 2.ช่วงนครปฐม-หัวหิน ระยะทาง 165 กม. วงเงิน 20,046.41 ล้านบาท และ 3.ช่วงหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 90 กม. วงเงิน 10,239.58 ล้านบาท เริ่มทยอยประกวดราคาตั้งแต่เดือน มี.ค. 2560 

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ครม.ได้อนุมัติให้ดำเนินการรถไฟทางคู่ไปแล้ว 4 เส้นทาง ได้แก่ 1.ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย และ 2.ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 3.ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร และ 4.ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการเพื่อเตรียมประกาศประกวดราคา เมื่อรวมกับอีก 3 เส้นทางที่ ครม.อนุมัติในครั้งนี้ในปี 2559 ก็ถือได้ว่าดำเนินการครบตามเป้าหมายรวม 7 เส้นทาง ระยะทางรวมประมาณ 995 กม. แล้ว

สำหรับปี 2560 จะดำเนินการเพิ่มเติมอีก 9 เส้นทาง แบ่งเป็น 7 เส้นทางเดิม 1.ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย 2.ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี 3.ช่วงขอนแก่น-หนองคาย 4.ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี 5.ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา 6.ช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ 7.ช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ และเพิ่มเติม 2 เส้นทางใหม่ ได้แก่ เส้นทางช่วงเด่นชัย-เชียงของ และเส้นทางช่วงบ้านไผ่-นครพนม รวมระยะทางที่จะดำเนินการในปี 2560 ทั้งสิ้น 16 เส้นทาง ระยะทางรวม 2,174 กม.

นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการเร่งติดตามเบิกจ่ายงบประมาณกระทรวงคมนาคมตั้งเป้าเบิกจ่ายงบประมาณในไตรมาสแรก 1.5 แสนล้านบาท แบ่งเป็น งบลงทุน 138,541 ล้านบาท และงบประจำ 12,208 ล้านบาท คิดเป็น 15% ของงบประมาณลงทุนในปี 2560

ทั้งนี้ ได้กำชับให้แต่ละหน่วยงานเร่งดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณในโครงการที่มีมูลค่าไม่เกิน 2 ล้านบาท ภายในเดือน ธ.ค.ปีนี้ ซึ่งมีทั้งสิ้น 2,702 โครงการ วงเงิน 3,992 ล้านบาท ขณะนี้ลงนามไปแล้ว 481 โครงการ มูลค่ารวม 746 ล้านบาท ส่วนด้านโครงการขนาดกลางที่มีมูลค่าตั้งแต่ 2 ล้านบาท ไปจนถึง 1,000 ล้านบาทนั้น จะเร่งทำสัญญาให้เสร็จภายในเดือน ธ.ค.ปีนี้ พร้อมกับเบิกจ่ายตามงวดงาน ซึ่งมีทั้งสิ้น 5,047 โครงการ วงเงิน 56,177 ล้านบาท โดยขณะนี้ลงนามสัญญาไปแล้ว 901 โครงการ วงเงิน 9,465 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ