
แบงก์ลงทุนระบบป้องฟอกเงิน
โพสต์ทูเดย์
— ธอส. ทุ่ม 50 ล้าน พัฒนาระบบป้องกันการฟอกเงิน ธุรกรรมผิดปกตินายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธนาคารได้เพิ่มศักยภาพการ บริการและการบริหารความเสี่ยง โดยร่วมกับบริษัท แซส ซอฟท์แวร์ (ไทยแลนด์) พัฒนาระบบเครดิต สกอริง ระบบการ บริหารจัดการสินทรัพย์และหนี้สิน (ALM) และระบบป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการสนับสนุนการก่อการร้าย (AML) ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนระบบดังกล่าวประมาณ 50 ล้านบาท โดยจะเชื่อมโยงเข้ากับระบบคอร์แบงกิง
นายขรรค์ กล่าวว่า การนำระบบป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการสนับสนุนการก่อการร้ายมาใช้ ธนาคารได้ปรึกษากับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อให้ระบบรองรับกฎหมาย ปปง.ปัจจุบัน และกฎหมายใหม่ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่ประสงค์ดีใช้ธนาคารเป็นตัวกลางในการดำเนินธุรกรรมที่เป็นผลร้ายต่อสังคมและประเทศชาติ
ขณะที่ระบบการบริหารจัดการหนี้สินและทรัพย์สินนั้น จะช่วยให้การบริหารสภาพคล่อง และบริหารความเสี่ยง โดยเฉพาะความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าได้
“
ส่วนใหญ่เงินฝากของ ธอส.จะเป็นระยะสั้น แล้วนำมาปล่อยสินเชื่อระยะยาว ทำให้มีความเสี่ยงเรื่องดอกเบี้ย เช่น หากเราให้ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี ในอัตรา 3% แต่ช่วงนั้นดอกเบี้ยขึ้น ต้นทุนก็อาจจะขึ้นเป็น 6% ก็จะทำให้ขาดทุน ระบบนี้จะมาปิดช่องว่างเหล่านี้” นายขรรค์ กล่าวนายทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แซส ซอฟท์แวร์ฯ กล่าวว่า ระบบป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินและการสนับสนุนการก่อการร้ายนั้น จะช่วยติดตามดูลักษณะการโอนเงินของลูกค้าหากมีความผิดปกติเกิดขึ้น
“
ปกติถ้าบัญชีวงเงิน 10 ล้านบาท และเคยมีการโอนเงิน 1 หรือ 2 ครั้งในช่วงหนึ่ง แต่อยู่ดีๆ มีการโอนเงินจำนวนมากในช่วงหนึ่งจนเต็มวงเงิน ก็ถือว่าผิดปกติ ระบบก็จะรายงานข้อมูลมา” นายทวีศักดิ์ กล่าวนายทวีศักดิ์ ยืนยันว่าทางบริษัท มีความพร้อมด้านบุคลากร ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟท์แวร์ มีประสบการณ์ทั้งในต่างประเทศ และภายในประเทศ และปัจจุบันมีสถาบันการเงินทั่วโลกกว่า 55 แห่งที่ใช้บริการ โซลูชั่นป้องกันการฟอกเงินของแซส เช่น แบนโก เดอ โอโร ยูนิแบงก์ (ฟิลิปปินส์) ธนาคารแห่งอเมริกา (สหรัฐอเมริกา) ธนาคารควีนส์แลนด์ (ออสเตรเลีย) แบนโก เดอ ชิลี (ชิลี) คอสทัล เฟเดอรัล เครดิต ยูเนียน (สหรัฐ) บริษัท ซัมซุง ซีเคียวริตีส์ (เกาหลี) ธนาคารอีออน (มาเลเซีย) เป็นต้น







