
LIT ได้อานิสงส์ จากโครงการของภาครัฐ
LIT ได้อานิสงส์สูงสุดจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐต่างๆ เนื่องจากฐานลูกค้าราว 70-80% เป็น SMEs ซึ่งรับงานต่อเนื่องจากภาครัฐ มีความต้องการสินเชื่อเพิ่มขึ้น FSS คาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 3/2559 น่าจะทำสถิติจุดสูงสุดใหม่ที่ 30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาสและ 67% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน
LIT ได้อานิสงส์สูงสุดจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐต่างๆ เนื่องจากฐานลูกค้าราว 70-80% เป็น SMEs ซึ่งรับงานต่อเนื่องจากภาครัฐ มีความต้องการสินเชื่อเพิ่มขึ้น FSS คาดว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 3/2559 น่าจะทำสถิติจุดสูงสุดใหม่ที่ 30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาสและ 67% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน
ปัจจัยขับเคลื่อนของผลกำไรมาจากการที่บริษัทได้ให้สินเชื่อ Project Finance หลายโครงการ แนวโน้มกำไรไตรมาส 4 ปี 2559 แม้ว่าจะอ่อนตัวลงตามฤดูกาลแต่จะยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งน่าจะทำให้แนวโน้มกำไรสุทธิปี 2560 ทำได้ที่ 101 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 43% สำหรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2560 อยู่ที่ 125 ล้านบาท บวก 24% FSS ประเมินราคาเหมาะสมปี 2560 ที่ 14 บาท และคาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2559 ราว 2.2%
กำไรสุทธิไตรมาส 3 ทำจุดสูงสุด
FSS คาดกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2559 ที่ 30 ล้านบาท บวก 20% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส และบวก 67% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จะยังคงเป็นสถิติสูงสุดใหม่ตามฤดูกาลและการขยายตัวของสินเชื่อและการให้บริการทางการเงินที่เพิ่มตามฤดูกาล (ก่อนปิดงบประมาณประจำปีของภาครัฐ) โดยคาดว่าปัจจัยขับเคลื่อนของผลกำไรมาจากการที่บริษัทได้ให้สินเชื่อ Project Finance หลายโครงการในไตรมาส 3/2559 อาทิสินเชื่อสำหรับการจัดหาและติดตั้งเครื่องกั้นถนน (งานของการรถไฟฯ) รวมมูลค่า 211 ล้านบาท
สินเชื่อสัญญาซื้อขายรถขุดไฮดรอลิกตีนตะขาบ (งานกรมทางหลวง) มูลค่าสัญญา 45 ล้านบาท ระยะเวลา 60 วัน และสินเชื่อเช่าเหมาเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ในมหาวิทยาลัย สินเชื่อเพื่อซื้อขายมิเตอร์ไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นต้น หากรวมเฉพาะสินเชื่อที่ระบุมีมูลค่ารวมกว่า 250 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 70% ของสินเชื่อเงินกู้โครงการคงค้างในในไตรมาส 2/2559 และหากอิงกับ Effective Yield เฉลี่ยของการให้สินเชื่อเงินกู้โครงการที่ 12% ต่อปี เราคาดว่าเฉพาะโครงการดังกล่าวจะสร้างรายได้ดอกเบี้ยให้กับบริษัทรวมไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2559 หรือประมาณ 15% ของรายได้รวม ทั้งนี้ยังไม่รวมสินเชื่อต่อเนื่อง Factoring และรายได้หลังจากโครงการดำเนินการสำเร็จ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมรายได้ในไตรมาส 4/2559 ต่อไป
คาดการณ์กำไรสุทธิโต
หากกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2559 เป็นไปตามที่เราคาดการณ์ จะทำให้กำไรสุทธิในงวด 9 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 75 ล้านบาท บวก 48% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และคิดเป็น 79% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2559 ที่ 95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% ขณะที่คาดว่าแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/2559 แม้ว่าจะอ่อนตัวลงตามฤดูกาล แต่จะยังอยู่ในระดับสูงกว่ากำไรที่ทำได้ต่อไตรมาสในงวดครึ่งปีแรก ซึ่งน่าจะทำให้แนวโน้มกำไรสุทธิปี 2559 ดีกว่าที่เราคาดการณ์เดิมราว 5-8% มาอยู่ที่ 101 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% เราประมาณการกำไรสุทธิปี 2560 ที่ 125 ล้านบาท บวก 24%
แนวโน้มธุรกิจของ LIT มีความสดใสมากขึ้นจากธุรกิจ Supply chain Finance, Factoring และ Bid bond ซึ่งเป็นปัจจัยบวกของรายได้ค่าธรรมเนียม ทำให้คาดว่ารายได้รวมปี 2560 จะเติบโตราว 36% ส่วนใหญ่ยังมาจากธุรกิจ Factoring และการให้สินเชื่อโครงการ ขณะที่ธุรกิจBid Bond จะได้ประโยชน์จากแนวโน้ม E-Bidding ที่จะเข้ามาแทน E-Auction เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs หน้าใหม่เข้าร่วมประมูลมากขึ้น
ราคาเหมาะสมปีหน้า 14 บาท
FSS ประเมินราคาเหมาะสมปี 2560 ที่ 14 บาท อิง PE to Growth 1 เท่า โดยคาดการณ์การเติบโตของกำไรใน 3 ปีข้างหน้า (2561-2563) ที่ 22% เฉลี่ยต่อปี และคาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลปีนี้ที่ 2.2%
ความเสี่ยง : งานภาครัฐที่ล่าช้า การขยายตัวธุรกิจที่เติบโตสูงอาจทำให้บริษัทมีความจำเป็นต้องเพิ่มทุนใน 2-3 ปีนี้







