
การเดินทางบนรถร่วมกับเด็ก
โดย...ฟอร์ด ประเทศไทย
โดย...ฟอร์ด ประเทศไทย
พ่อแม่ทุกคนต่างเคยประสบปัญหาเวลาเดินทางไปเที่ยวนอกเมืองหรือเพียงแค่ข้ามเมืองไปรับประทานอาหารร้านอร่อย แต่ลูกกลับไม่มีความสุข เพราะลูกเอาแต่ร้องไห้และไม่ยอมนั่งอยู่เฉยๆ
สิ่งนี้นับเป็นเรื่องปกติ เพราะแม้กระทั่งสำหรับผู้ใหญ่เอง การที่ต้องนั่งอยู่ในรถเป็นเวลานานๆ ก็ทำให้รู้สึกอึดอัดได้เช่นกัน ต่างตรงที่ว่า เด็กๆ ที่ไม่ยอมอยู่นิ่งๆ สามารถทำให้ผู้ขับขี่เสียสมาธิและอาจนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุได้
เสียงร้องไห้ของเด็กอาจทำให้เกิดความหงุดหงิดรำคาญใจได้ แต่เด็กๆ ไม่ได้ร้องเพราะพวกเขาเจ็บปวด หากเกิดจากความเบื่อ หิว หรือรอคอยที่จะได้ออกไปวิ่งเล่นข้างนอกเสียมากกว่า ด้วยวิธีการต่อไปนี้จะช่วยให้ลูกๆ ของคุณอยู่ในรถอย่างปลอดภัย สะดวกสบาย แถมยังมีความสุข
พ่อแม่ควรเป็นตัวอย่างที่ดี การรับรู้เรื่องความปลอดภัยสามารถเสริมสร้างได้จากผู้ที่เลี้ยงดูเด็กๆ ดังนั้นพ่อแม่จึงควรปฏิบัติตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดี ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีจะก้าวหน้าไปมาก แต่เข็มขัดนิรภัยยังคงเป็นอุปกรณ์หลักที่จะช่วยชีวิตให้รอดพ้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุ พ่อแม่จึงควรคาดเข็มขัดนิรภัยเสมอเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ลูกๆ ด้วยวิธีการดังนี้
ตั้งกฎข้อที่ 1 เมื่ออยู่ในรถ พ่อแม่ควรตั้งกฎเมื่ออยู่บนรถและท้องถนน และต้องมั่นใจว่าเด็กๆ จะปฏิบัติตาม สำหรับเด็กที่โตพอที่จะเข้าใจสิ่งต่างๆ พ่อแม่ควรประกาศกฎเกณฑ์ขณะอยู่บนรถให้ชัดเจน เช่น ต้องเอ่ยคำขอก่อนเปิดกระจกหรือหลังคามูนรูฟ หรือเมื่อต้องการเปลี่ยนเพลง
ตั้งกฎข้อที่ 2 เมื่ออยู่นอกรถ แม้ว่าจะอยู่นอกรถ เด็กๆ ก็ยังมีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุจากรถยนต์ ดังนั้นจึงไม่ควรปล่อยให้พวกเขาคลาดสายตาเมื่อมีรถอยู่ใกล้ๆ
ซินเธีย จาง ผู้จัดการด้านกฎระเบียบยานพาหนะ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ประเทศจีน กล่าวเตือนว่า ควรพึงระลึกเสมอว่าเด็กๆ ทุกคนต้องจับมือพ่อแม่เมื่ออยู่ในบริเวณที่มีรถยนต์ ไม่ว่ารถคันนั้นจะกำลังขับเคลื่อนหรือจอดอยู่ก็ตามด้วยขนาดตัวที่เล็กของเด็กๆ อาจทำให้ผู้ขับขี่มองไม่เห็นเมื่อทำการถอยจอด
นอกจากนี้ การดูแลเด็กๆ ให้พวกเขารู้สึกสบายควรมีของเล่นสุดโปรดของลูกติดรถไปด้วย รวมถึงหนังสือเพื่อให้พวกเขาเพลิดเพลินอยู่เสมอ ทั้งยังช่วยให้ผู้ขับขี่มีสมาธิขณะขับรถด้วย ส่วนอาหารและเครื่องดื่มก็สามารถช่วยให้พวกเขาอารมณ์เสียน้อยลงได้ และอย่าลืมหยุดแวะพักเข้าห้องน้ำเพื่อผ่อนคลายอิริยาบถ นอกจากนี้ สาเหตุที่ทำให้เด็กๆ หงุดหงิดอาจเป็นเพราะพวกเขารู้สึกร้อนหรือหนาวเกินไป ดังนั้นพ่อแม่ควรคอยเช็กอุณหภูมิบริเวณเบาะหลังอยู่เสมอ
อย่างไรก็ตาม เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะเข็มขัดนิรภัยและถุงลมนิรภัยได้รับการออกแบบมาสำหรับผู้โดยสารที่มีความสูงมากกว่า 145 ซม. และมีน้ำหนักมากกว่า 36 กก. ดังนั้นเด็กทารกและเด็กเล็กควรมีเบาะนั่งด้านหลังโดยเฉพาะซึ่งออกแบบมาให้เหมาะสมกับอายุและน้ำหนักของเด็ก และติดตั้งเบาะอย่างถูกวิธีเพราะจะช่วยให้เบาะนั่งนิรภัยทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ขณะที่ จากการอ้างอิงของสำนักงานรักษาความปลอดภัยบนถนนของสหรัฐอเมริกา (US National Highway Traffic Safety Administration) พบว่า 95% ติดตั้งเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กผิดวิธี และถุงลมนิรภัยอาจทำให้เด็กๆ ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ ดังนั้นจึงไม่ควรวางเบาะที่นั่งสำหรับเด็กหันหลังชนกับตำแหน่งถุงลมนิรภัย
ถึงแม้ว่าจะทำตามข้อแนะนำเบื้องต้นทั้งหมด เด็กอาจจะยังโยเย แต่นั่นก็เป็นธรรมชาติของพวกเขา หน้าที่ของคุณคือทำให้พวกเขานั่งอยู่กับที่ให้สบาย หากคราวหน้าเมื่อลูกเริ่มงอแง คุณก็เพียงแค่สงบอารมณ์และหาจุดจอดที่ปลอดภัย เตือนตัวเองให้เป็นผู้ขับขี่ที่ระมัดระวังอยู่เสมอและทุกครั้งที่มีเด็กอยู่บนรถ คุณก็ควรพร้อมที่จะรับมือกับสิ่งที่ไม่คาดคิด
เพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้ครอบครัวมีความสุขและปลอดภัยในการเดินทาง







