
กลุ่มปตท.ตั้งบริษัทร่วมทุน รุกซื้อกิจการ
โดย...ประลองยุทธ ผงงอย
โดย...ประลองยุทธ ผงงอย
ภาวะราคาน้ำมันของโลกที่ตกต่ำเป็นโอกาสปรับตัวของผู้ประกอบการพลังงานในการซื้อกิจการในราคาถูก นำโดยกลุ่ม ปตท.เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เครือข่ายแอลเอ็นจี
“นพดล ปิ่นสุภา” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. (PTT) ให้สัมภาษณ์โพสต์ทูเดย์ ว่า หลังการประชุม Strategic Thinking Session (STS) ของกลุ่ม ปตท. เมื่อกลางปี 2559 ที่ผ่านมา บริษัทมีแผน Integrated Gas Value Chain โดยเฉพาะในเรื่อง LNG Value Chain หรือสร้างมูลค่าเพิ่มให้เครือข่ายแอลเอ็นจีระหว่าง PTT กับบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP)
ความร่วมมือดังกล่าวจะนำความชำนาญของแต่ละบริษัทมาร่วมทุนกันทำเครือข่ายแอลเอ็นจี โดย PTTEP มีประสบการณ์ด้านต้นน้ำ ส่วน PTT มีประสบการณ์กลางน้ำ รวมถึงธุรกิจการซื้อขายก๊าซธรรมชาติที่เป็นเพียงบางส่วนของเครือข่ายแอลเอ็นจี ดังนั้นจึงเห็นโอกาสในการร่วมทุนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้องค์กรและประเทศ
รูปแบบการร่วมทุนระหว่าง PTT กับ PTTEP เบื้องต้นจะตั้งบริษัทร่วมทุน (JV) ขึ้นมาใหม่ ซึ่งขณะนี้ได้ตั้งทีมงานใหม่รองรับในธุรกิจนี้แล้วเพื่อลงทุนในธุรกิจ LNG Value Chain
ในช่วงแรกจะเข้าซื้อกิจการเพื่อเน้นการเข้าลงทุนในโครงการที่มีความเสี่ยงต่ำให้เกิดความมั่นใจในการเข้าไปประกอบธุรกิจ คือเป็นโครงการที่มีความพร้อมในการผลิตแล้ว รวมถึงด้านความต้องการซื้อและความต้องการขาย ไม่มีความเสี่ยงด้านการก่อสร้าง โดยขณะนี้มีธุรกรรมที่กำลังศึกษาร่วมกัน 1-2 โครงการ และจะเห็นความชัดเจนในปี 2560 โดยเป็นโครงการในต่างประเทศอยู่ในกลุ่มประเทศอาเซียนเป็นหลัก
ทั้งนี้ ที่ประชุม STS ของ PTT ยังมีแผนขยายในส่วนธุรกิจกลางและปลายน้ำ แบบ Value Chain ด้วยถือเป็นธุรกิจ คือ ก๊าซธรรมชาติสำหรับเป็นพลังงานของโรงไฟฟ้า (Gas to Power) ในกลุ่มประเทศอาเซียนถือเป็นการออกไปบุกธุรกิจก๊าซธรรมชาติในต่างประเทศครั้งแรกของ PTT เพราะโอกาสของความต้องใช้เติบโตสูงในอนาคต อย่างเมียนมาและอินโดนีเซีย ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเติบโตมาก โดยบริษัทจะเป็นผู้จัดหาแอลเอ็นจีจากพันธมิตรหรือคู่ค้า รวมถึงแอลเอ็นจีจากโครงการร่วมทุนของบริษัทกับ PTTEP เข้ามาจำหน่าย
บริษัทได้หารือถึงแผนธุรกิจกับบริษัทในกลุ่มกับ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) เพื่อหาโอกาสลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในอาเซียน โดยมี PTT เป็นผู้จัดหาก๊าซธรรมชาติให้ อีกทั้งยังเปิดกว้างหาพันธมิตรอื่นที่มีโอกาสจะจับมือร่วมกันหรือในธุรกิจ Gas to Power รวมถึงการพัฒนาโรงไฟฟ้าเพราะตลาดนี้เปิดกว้างมาก ส่วนธุรกิจ Gas to Power ในไทยขณะนี้มีหน่วยงานอื่นที่ดูแลอยู่แล้ว บริษัทจึงไม่ต้องการเข้าไปลงทุนซ้อน
“แผนการทำธุรกิจต้นน้ำถึงกลางน้ำที่ร่วมทุนกับ PTTEP และธุรกิจใหม่ปลายน้ำที่บริษัทจะบุกในอาเซียน คือ Gas To Power ที่มองโอกาสไปพร้อมกัน แต่หากธุรกิจไหนมีโอกาสก็ทำได้ทันที แต่ถ้าทำได้พร้อมกันสามารถ Integrate ได้ตั้งต้น กลาง และปลายน้ำยิ่งดี ตอนนี้เห็นโอกาสธุรกิจก๊าซธรรมชาติที่จะโตอยู่ในต่างประเทศ”
ธุรกิจก๊าซธรรมชาติเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักที่ให้ความสำคัญเพื่อสร้างกำไรให้บริษัท หากพิจารณาโครงสร้างกำไรครึ่งแรกปี 2559 ธุรกิจก๊าซธรรมชาติขยับเพิ่มขึ้น 52% ของกำไรจากช่วงครึ่งแรกปีก่อน อยู่ที่ 34% แต่ที่ผ่านมาบริษัทมีภาระต้องแบกรับการสนับสนุนนโยบายภาครัฐมาก การขยายธุรกิจถูกจำกัดไว้ นโยบายของรัฐปล่อยให้ราคาก๊าซธรรมชาติเป็นไปตามกลไกตลาด ส่งเสริมให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้ ส่วนแผนใน 5 ปี โครงสร้างกำไรจากธุรกิจก๊าซธรรมชาติในปีหน้าจะมีความชัดเจนมากขึ้น







