
ดัชนีที่มีอิทธิพลต่ออันดับความ น่าเชื่อถือของประเทศไทย (2)
โดย...สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง
โดย...สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง
การส่งเสริมให้มีการผลิตสินค้าและบริการที่มีส่วนต่างกำไรที่สูง ซึ่งสามารถดำเนินการผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพและโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญา อาทิ การพัฒนาทุนมนุษย์ ผ่านการศึกษาการค้นคว้าและพัฒนางานวิจัยไปสู่นวัตกรรมเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ได้จริง รวมถึงการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้สำหรับเปิดวิสัยทัศน์เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม พัฒนาวิชาชีพแขนงต่างๆ ส่งเสริมการเป็นผู้ประกอบการ ตลอดจนส่งเสริมการปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรให้มีการแปรรูปสินค้าเกษตรมากขึ้นเพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าและลดปัญหาราคาที่ตกต่ำ
ทั้งนี้ นโยบายที่จะมีส่วนช่วยส่งเสริมให้มีการผลิตสินค้าและบริการที่มีส่วนต่างกำไรที่สูงของรัฐบาลปัจจุบัน ได้แก่ นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ซึ่งเป็นการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตมวลรวมของประเทศ ตั้งแต่ในภาคผลิตจนถึงภาคการขาย ทั้งในสินค้าจวบจนถึงในบริการ
ล่าสุด รัฐบาลได้นำเสนอโมเดลทางเศรษฐกิจ “Thailand 4.0” ซึ่งมีจุดประสงค์ในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่เน้นการขับเคลื่อนด้วยภาคอุตสาหกรรมไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ทั้งในภาคการเกษตรที่จะมุ่งหน้าสู่การเกษตรสมัยใหม่ที่เน้นการบริหารจัดการและเทคโนโลยีภาคธุรกิจผ่านการเปลี่ยนเอสเอ็มอี ให้กลายเป็นบริษัทที่มีศักยภาพสูง โดยไม่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากภาครัฐ ภาคบริการ ซึ่งจะเปลี่ยนจากการบริการที่มีการสร้างมูลค่าเพิ่มที่ต่ำไปสู่การบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง รวมทั้งภาคแรงงาน ซึ่งจะเปลี่ยนแรงงานให้เป็นกำลังคนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและทักษะสูง
สบน.เห็นว่า รัฐบาลควรเร่งดำเนินการออกมาตรการและสั่งการหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินงานตามยุทธศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันรัฐบาลควรให้ความสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมที่เกิดจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานควบคู่ไปกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งที่ดำเนินการอยู่ อาทิ อุตสาหกรรมระบบรางและอุตสาหกรรมซ่อมบำรุงและผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน เพื่อสร้างโอกาสต่อประเทศในการเป็นฐานการผลิตในภูมิภาคต่อไป
การกำหนดมาตรการทางภาษีที่จะเอื้ออำนวยต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของกิจการ สบน.เห็นว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ดังกล่าวนี้อย่างทั่วถึง โดยไม่เพียงประกาศไว้ในหน่วยงานที่ทำหน้าที่จัดเก็บภาษี หรือเพียงภายในเว็บไซต์ของหน่วยงานดังกล่าวเท่านั้น แต่ควรมีการประกาศไว้ในหน่วยราชการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรม ตลอดจนดำเนินการส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ไปยังผู้ประกอบการแต่ละรายโดยตรง
3) การก่อตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการส่งเสริมการค้าและการลงทุนกับ ประเทศเพื่อนบ้าน ดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ กระจายความเจริญสู่ภูมิภาคซึ่งจะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนการสร้างงาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึง อย่างไรก็ดีการดำเนินโครงการบางโครงการนั้นมีความล่าช้า เนื่องจากยังขาดนักลงทุนที่สมัครใจเข้าดำเนินโครงการ ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรเร่งประชาสัมพันธ์ให้นักลงทุนเกิดความสนใจลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษต่างๆ โดยการนำเสนอสิทธิพิเศษทางภาษีของกระทรวงการคลัง ตลอดจนสิทธิบีโอไอจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนให้นักลงทุนทั้งสัญชาติไทยและต่างประเทศอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ควรกำหนดมาตรการควบคุมความเสี่ยงด้านมลพิษจากการก่อสร้างอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิตของประชาชนที่อาศัยอยู่ในละแวกดังกล่าวตามมา
2.2 ความแข็งแกร่งขององค์กรภาครัฐ (Institutional Strength) ความไม่มั่นคงทางการเมืองและปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นปัจจัยหลักที่เป็นข้อจำกัด ทำให้ดัชนีธรรมาภิบาลของไทยอยู่ในระดับต่ำ ส่งผลกระทบต่อคะแนนด้านความแข็งแกร่งขององค์กรภาครัฐ ดังนั้นรัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการปรับปรุงดัชนีธรรมาภิบาลระดับโลก ประกอบไปด้วย ประสิทธิภาพในการดำเนินนโยบายของรัฐบาล การบังคับใช้กฎหมาย และการควบคุมปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งดัชนีต่างๆ ที่กล่าวมีค่าต่ำกว่าค่ากลางของกลุ่มประเทศที่อยู่ในอันดับความน่าเชื่อถือเดียวกัน
ทั้งนี้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องปรับปรุงมาตรฐานและคุณภาพการให้บริการของภาครัฐ มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยเพิ่มสมรรถนะและโครงสร้างการให้บริการที่ทันสมัย ลดขั้นตอนความซับซ้อนของกระบวนการทางราชการ ประหยัดงบประมาณ และสามารถตอบสนองประชาชนได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงต้องปลูกจิตสำนึกข้าราชการทุกระดับไม่ให้ยอมรับการติดสินบน หรือการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ ผ่านการใช้สื่อสารสนเทศต่างๆ
วางมาตรการป้องกันการแทรกแซงทางการเมือง เพื่อให้การปฏิบัติราชการมีความโปร่งใสยิ่งขึ้น รัฐบาลควรกำหนดเป็นกฎหมายบังคับใช้ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม จะช่วยลดปัญหาการเรียกเก็บสินบนและปรับปรุงภาพลักษณ์การให้บริการของราชการไทย
2.3 ความแข็งแกร่งทางการคลัง (Fiscal Strength) เนื่องจากบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือต่างเห็นว่า ความไม่แน่นอนทางการเมืองและการขาดวินัยการคลังอาจทำให้ต้นทุนการกู้เงินเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต ประกอบกับดุลการชำระเงินระหว่างประเทศที่ขาดดุล อาจส่งผลให้ไทยถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ รัฐบาลจึงควรพิจารณาการใช้เงินกองทุนนอกงบประมาณ และการใช้นโยบายประชานิยมให้รอบคอบ เพื่อไม่ให้เป็นภาระผูกพันทางการคลังของรัฐบาล (Contingent Liability) ในอนาคต รัฐบาลควรรักษาวินัยการคลังอย่างต่อเนื่องเพื่อให้หนี้สาธารณะอยู่ภายใต้กรอบความยั่งยืนทางการคลัง ต้นทุนการกู้เงินของรัฐบาลอยู่ในระดับที่ไม่สูง ตลอดจนเพื่อป้องกันปัญหาการขาดดุลการชำระเงินอย่างมีนัยสำคัญ โดยสามารถดำเนินการผ่านการใช้เงินลงทุนในรูปแบบของความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและเอกชน (Public Private Partnership : PPP) ทดแทนการใช้เงินงบประมาณและการกู้เงิน จะสามารถลดการก่อหนี้และในขณะเดียวกันยังเป็นการส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรดำเนินการประชาสัมพันธ์และทำการจูงใจภาคเอกชนอย่างทั่วถึงเพื่อเพิ่มการเข้าร่วมลงทุน
รัฐบาลควรเร่งดำเนินการเกี่ยวกับกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund) ซึ่งจะระดมเงินทุนจากภาคเอกชนเพื่อนำมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยกองทุนดังกล่าวจะช่วยลดการก่อหนี้เช่นเดียวกัน รวมทั้งยังส่งผลให้รัฐบาลสามารถลงทุนได้ในวงเงินที่สูง จะเป็นผลดีต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศต่อไป
ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.การเงินการคลังของรัฐได้กำหนดบทบัญญัติเพื่อเสริมสร้างวินัยการคลัง โดยให้ ครม.ประกาศกำหนดสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี เพื่อใช้เป็นกรอบในการบริหารหนี้สาธารณะไว้ในกฎหมาย ตลอดจนส่งเสริมให้รัฐบาลระมัดระวังในการใช้นโยบายประชานิยม รัฐบาลควรพัฒนาความแข็งแกร่งทางการคลังในด้านรายได้ควบคู่กันไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลควรพัฒนาประสิทธิภาพของการจัดเก็บภาษีและรายได้อื่นๆ ของรัฐบาล เนื่องจากความสามารถในการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลนั้น เป็นปัจจัยสำคัญที่จะถูกนำไปใช้ประกอบการวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ของไทยในอนาคตด้วย







