posttoday
สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

29 ตุลาคม 2559

โดย...วิรไท สันติประภพ

โดย...วิรไท สันติประภพ

ภายใต้ปัญหาและความท้าทายของโลกที่จะรุนแรงและซับซ้อนขึ้น หลายประเทศหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพราะตระหนักว่าหากไม่รีบปรับตัวโดยเร็วแล้ว การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ในภายหลังจะยากขึ้นมาก หรือเป็นไปไม่ได้เลย วงการวิชาการทั่วโลกกำลังค้นหาองค์ความรู้และตัวอย่างของแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่จะนำมาใช้เป็นหลักคิดของการพัฒนาให้เกิดผลได้จริงในระดับต่างๆ

ประเทศไทยเราไม่ต้องมองที่ไหนไกล คนไทยโชคดีอย่างยิ่งที่ได้รับพระราชทานองค์ความรู้และหลักคิดเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาโดยตลอด องค์ความรู้และหลักคิดที่พระราชทานให้แก่พวกเรานั้น เป็นองค์ความรู้และหลักคิดที่ผ่านกระบวนการทดสอบจากการปฏิบัติจริงมาตลอด 70 ปี ที่สำคัญพระองค์ท่านไม่ได้พระราชทานเพียงแค่องค์ความรู้หรือหลักคิดไว้ให้แก่คนไทยเท่านั้น แต่ได้ทรงดำรงพระชนม์ชีพ และทรงงานพัฒนาไว้เป็นต้นแบบ ที่เราสามารถน้อมนำมาปฏิบัติเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเราทุกคนได้อย่างไม่มีข้อสงสัย

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เคยพระราชทานนิยามของการพัฒนาไว้ว่า “การพัฒนา หมายถึงทำให้มั่นคง ทำให้ก้าวหน้า การพัฒนาประเทศก็ทำให้บ้านเมืองมั่นคง มีความเจริญ ความหมายของการพัฒนาประเทศนี้ ก็เท่ากับตั้งใจที่จะทำให้ชีวิตของแต่ละคนมีความปลอดภัย มีความเจริญ มีความสุข”

ประโยคนี้มีความหมายลึกซึ้งมาก เพราะเป้าหมายของการพัฒนาไม่ควรวัดเพียงแค่ในระดับมหภาคให้ประเทศมีความมั่นคงและมีความก้าวหน้าเท่านั้น แต่ต้องทำให้ “ชีวิตของแต่ละคน” เจริญขึ้น มีความปลอดภัยและมีความสุข ซึ่งเป็นแนวทางของการพัฒนาที่จะต้องยังประโยชน์ให้แก่ประชาชนทุกคน หรือ Inclusive Development และการพัฒนาต้องมีวัตถุประสงค์มากกว่ามิติด้านเศรษฐกิจ ต้องรวมถึงความปลอดภัย ความเจริญ และความสุขของประชาชนด้วย จึงจะเรียกได้ว่าเป็นการพัฒนาอย่างแท้จริง

สำหรับแนวทางของการพัฒนานั้น ได้ทรงแสดงไว้ในพระบรมราโชวาทอีกองค์หนึ่งว่า “การสร้างความเจริญก้าวหน้านี้ ควรอย่างยิ่งที่จะค่อยสร้างค่อยเสริมทีละเล็กละน้อยตามลำดับ ให้เป็นการทำไปพิจารณาไป และปรับปรุงไป ไม่ทำด้วยอาการเร่งรีบตามความกระหายที่จะสร้างของใหม่เพื่อความแปลกใหม่ เพราะความจริงสิ่งที่ใหม่แท้นั้นไม่มี”

ประโยคที่ว่า “ไม่ทำด้วยอาการเร่งรีบตามความกระหายที่จะสร้างของใหม่เพื่อความแปลกใหม่ เพราะความจริงสิ่งที่ใหม่แท้นั้นไม่มี” เป็นหลักคิดที่สำคัญและลึกซึ้งมาก สำหรับการวางแผนเดินหน้าสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

เมื่อได้มีโอกาสศึกษาองค์ความรู้ หลักคิด และต้นแบบการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชแล้ว ผมคิดว่ามีอย่างน้อย 3 มิติสำคัญ ที่เราควรร่วมกันยึดถือเป็นแนวทางเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ของประเทศไทย และพัฒนาให้สังคมและเศรษฐกิจไทยเจริญขึ้นอย่างยั่งยืน

มิติแรก คือ การยกระดับศักยภาพและผลิตภาพของเราให้สูงขึ้น ทั้งในระดับบุคคล สังคม และประเทศ โดยอาศัยพลังแห่งความเพียร ความอดทน ความร่วมมือกัน และการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญของการพัฒนาดังพระบรมราโชวาทที่ว่า

“การดำรงชีวิตที่ดี จะต้องปรับปรุงตัวตลอดเวลา การปรับปรุงตัวจะต้องมีความเพียรและความอดทนเป็นที่ตั้ง ถ้าคนเราไม่หมั่นเพียร ไม่มีความอดทน ก็อาจจะท้อใจไปโดยง่าย เมื่อท้อใจไปแล้ว ไม่มีทางที่จะมีชีวิตเจริญรุ่งเรืองแน่ๆ”

“ต่างคนต่างมีหน้าที่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทำเฉพาะหน้าที่นั้น เพราะว่าถ้าคนใดทำหน้าที่เฉพาะของตัว โดยไม่มอง ไม่แลคนอื่น งานก็ดำเนินไปไม่ได้ เพราะเหตุว่างานทุกงานจะต้องพาดพิงกัน จะต้องเกี่ยวโยงกัน ฉะนั้นแต่ละคนจะต้องมีความรู้ถึงงานของผู้อื่นแล้วช่วยกันทำ”

ในเรื่องของเทคโนโลยีนั้น ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทไว้ครั้งหนึ่งว่า “เทคโนโลยีนั้นโดยหลักการ คือ การทำสิ่งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ ดังนั้นเทคโนโลยีที่ดีสมบูรณ์แบบจึงควรจะสร้างสิ่งที่จะใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า และมีความสูญเปล่าหรือความเสียหายน้อยที่สุด”

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นต้นแบบของการทรงงานพัฒนาที่ตั้งอยู่บนความเพียร ความอดทน ความร่วมมือกัน และการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างคุ้มค่า ซึ่งเราเห็นตัวอย่างได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการที่ทรงใช้เทคโนโลยีการถ่ายภาพทางอากาศและดาวเทียมในการวางแผนการใช้พื้นที่การเกษตรและการจัดการน้ำอย่างบูรณาการ ทรงพัฒนาเทคโนโลยีการทำฝนหลวงที่ช่วยบรรเทาภัยแล้งอย่างได้ผล จนได้รับการยอมรับและนำไปใช้ในหลายประเทศ เทคโนโลยีการบำบัดน้ำเสียด้วยผักตบชวาและกังหันน้ำชัยพัฒนา ตลอดจนเทคโนโลยีด้านการประมงที่ช่วยขยายพันธุ์ปลานิลในแหล่งน้ำทั่วประเทศ เพื่อเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญให้แก่คนไทย

มิติที่สอง ที่การพัฒนาอย่างยั่งยืนจะต้องมี คือ เสถียรภาพ เพื่อให้การพัฒนาส่งผลให้ชีวิตของแต่ละคนมีความปลอดภัย มีความเจริญ มีความสุข และไม่สะดุดขาตัวเอง เสถียรภาพจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อเรารู้จักที่จะพอประมาณ รวมทั้งจะต้องคิดถึงการประหยัดเก็บสะสมทรัพยากรในวันนี้เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันจากความผันผวนต่างๆ ที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น คาดเดาได้ยากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน