posttoday
ซื้อหุ้นถ่านหินอินโดฯ

ซื้อหุ้นถ่านหินอินโดฯ

26 ตุลาคม 2559

ครม.เคาะกฟผ.อินเตอร์ฯลงทุน1.1หมื่นล้านถือ11-12%

ครม.เคาะกฟผ.อินเตอร์ฯลงทุน1.1หมื่นล้านถือ11-12%

ครม.ไฟเขียว กฟผ.อินเตอร์ฯ ลงทุน 1.17 หมื่นล้าน เข้าถือหุ้นเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซีย  ปฏิเสธรอป้อนโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 25 ต.ค. เห็นชอบให้บริษัท กฟผ.อินเตอร์เนชั่นแนล (EGATi) เข้าลงทุนในบริษัท Adaro Indonesia (AI) ซึ่งเป็นบริษัททำเหมืองถ่านหินในประเทศอินโดนีเซีย โดยใช้เงินทุนของบริษัท กฟผ.อินเตอร์เนชั่นแนลเอง วงเงินไม่เกิน 325 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือไม่เกิน 1.17 หมื่นล้านบาท โดยจะเป็นการเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 11-12%

นอกจากนี้ ยังได้อนุมัติให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพิ่มทุนให้กับบริษัท กฟผ. อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อลงทุนในเรื่องดังกล่าว ซึ่งบริษัท กฟผ.อินเตอร์เนชั่นแนล ขอเบิกจ่ายในปี 2559 จำนวน 164 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 5,904 ล้านบาท เป็นเงินสภาพคล่องของ กฟผ.เอง โดยเงินส่วนนี้ใช้สำหรับการชำระค่าหุ้นงวดแรก ส่วนงวดที่ 2 ซึ่งเป็นส่วนที่เหลือนั้นจะนำมาจากเงินปันผลของบริษัท AI ที่บริษัท กฟผ.อินเตอร์เนชั่นแนล จะได้รับหลังเข้าไปเป็นผู้ถือหุ้น โดยจะได้ใช้เงินปันผลดังกล่าวชำระค่าหุ้นโดยไม่ต้องใช้เงินของ กฟผ. จึงถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า การเข้าไปลงทุนในเหมืองถ่านหินดังกล่าวไม่ได้มีเป้าหมายที่จะหาแหล่งถ่านหินเพื่อมาสนับสนุนการตั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งแต่อย่างใด เพราะการพัฒนาโรงไฟฟ้ายังต้องเดินตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี2015) ซึ่งต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในชุมชนให้ได้ข้อยุติก่อน

“ไม่อยากให้ประชาชนวิตกถึงผลกระทบที่จะเกิดจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน เพราะเทคโนโลยีวันนี้มีการพัฒนาไปมาก และภาครัฐก็ไม่ได้ผลีผลามที่จะลงทุนแต่อย่างใด” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว

ทางกระทรวงพลังงาน รายงานว่า การลงทุนซื้อหุ้นบริษัทเหมืองถ่านหินดังกล่าว เป็นแผนงานในแนวทางการแก้ไขปัญหาการขาดทุนจากการดำเนินงานของบริษัท กฟผ.อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นไปตามมติคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ครั้งที่ 6/2558 เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2558 เพื่อให้สามารถรับรู้รายได้ทันทีที่ลงทุน (ภายใน 1-2 ปี) ประกอบกับ กฟผ.มีนโยบายแสวงหาเหมืองถ่านหินเพื่อเป็นแหล่งสำรองสำหรับโรงไฟฟ้า ของ กฟผ. ได้แก่ โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ในอนาคต รวมทั้งหมด 6 โรง

ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ในอนาคตคาดว่ามีความต้องการใช้ถ่านหินรวมประมาณ 600 ล้านตัน ในระยะเวลา 30 ปี ขณะเดียวกันพบว่ามีบริษัทเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซียจำนวน 5 แห่งที่มีศักยภาพส่งถ่านหินให้กับ กฟผ.ได้ ตั้งแต่ปี 2563 เช่น โรงไฟฟ้าเทพา 1 ปีละ 1.75 ล้านตัน โดยบริษัท AI  มีความเหมาะสมเนื่องจากเป็นเจ้าของแหล่งถ่านหินที่มีศักยภาพเพราะมีต้นทุนการผลิตต่ำที่สุด มีปริมาณการผลิตและสำรองถ่านหินเป็นอันดับ 2 และ 3 ขณะที่ในปี 2558 มีรายได้และกำไรก่อนหักภาษีเงินได้ ดอกเบี้ยและค่าเสื่อมราคาสูงที่สุด

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน