
ดีลควบรวมหนุนสินเชื่อโต
ส่งผลสภาพคล่องเดือนก.ย.ตึงตัว ชี้ภาวะชั่วคราวแบงก์บริหารได้
ส่งผลสภาพคล่องเดือนก.ย.ตึงตัว ชี้ภาวะชั่วคราวแบงก์บริหารได้
สภาพคล่องแบงก์เดือน ก.ย.ตึงตัวสูง ได้สินเชื่อควบรวมรายใหญ่ 4 หมื่นล้านหนุน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า สภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์เดือน ก.ย. 2559 ตึงตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่สิ้นปี 2550 (ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยเริ่มเก็บข้อมูล) จากการเพิ่มขึ้นของเงินให้สินเชื่อ ขณะที่เงินฝากปรับลดลงค่อนข้างมาก เห็นได้จากสินเชื่อรวมต่อเงินฝากรวมกับตราสารหนี้ที่ออกและเงินกู้ยืม เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 92.10% จาก 90.83% ในเดือนก่อน
ทั้งนี้ ในเดือน ก.ย. เงินให้สินเชื่อสุทธิเพิ่มขึ้น 7.5 หมื่นล้านบาท จากเดือนก่อนสู่ระดับ 10.5 ล้านล้านบาท หรือขยายตัว 2.52% ด้วยดีลสินเชื่อการควบรวมกิจการ (M&A) รายใหญ่กว่า 4 หมื่นล้านบาท ของธนาคารพาณิชย์ใหญ่แห่งหนึ่ง ประกอบกับสินเชื่อภาคธุรกิจยังขยายตัวได้ดี ยกเว้นสินเชื่อภาครัฐที่ยังมีฐานะเป็นชำระคืนสุทธิต่อเนื่อง ส่วนสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเติบโตได้ดีในทุกกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ส่วนสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันของการชำระคืนหนี้และแรงซื้อรถใหม่ที่ยังแผ่วตัว
สำหรับเงินฝากปรับลดลง 6.2 หมื่นล้านบาท จากเดือนก่อนหน้าสู่ระดับ 11.15 ล้านล้านบาท เติบโตชะลอลงมาที่ระดับ 1.15% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และลบ 0.38% จากสิ้นปี 2558 โดยเป็นผลจาก
การครบกำหนดของเงินฝากประจำของธนาคารขนาดใหญ่ และไม่มีการออกโปรโมชั่นเงินฝากที่จูงใจมารองรับ ขณะที่เงินฝากในกลุ่มธนาคารขนาดกลางและเล็ก ขยับขึ้นไม่มากนัก แม้ได้รับอานิสงส์จากการชะลอการแข่งขันด้านราคาเงินฝาก
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสินเชื่อเดือน ก.ย. จะปรับตัวขึ้นมาก แต่แนวโน้มบรรยากาศการใช้จ่ายในไตรมาสสุดท้ายของปียังไม่มีปัจจัยเพิ่มเติมที่ทำให้เร่งตัวขึ้นได้เหมือนปลายปีก่อน ประกอบกับความกังวลเรื่องคุณภาพสินทรัพย์ น่าจะทำให้ธนาคารพาณิชย์มุ่งดำเนินนโยบายเครดิตอย่างระมัดระวัง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงประเมินว่าไม่น่าจะมีแรงกดดันให้ต้องเร่งระดมเงินฝากเพื่อชดเชยเงินฝากส่วนที่ครบกำหนดในช่วงที่เหลือของปี
ขณะเดียวกันคาดว่าสภาพคล่องในช่วงที่เหลือของปียังเพียงพอรองรับการดำเนินธุรกิจหลักของธนาคารในระยะต่อไป โดยน่าสังเกตว่าสภาพคล่องที่ตึงตัวเกิดจากธนาคารขนาดใหญ่เป็นหลัก ที่เดิมมีสภาพคล่องสูงสุด ทำให้สภาพคล่องตึงตัวเป็นเพียงภาวะชั่วคราวและอยู่ในวิสัยจัดการได้ ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังติดตามสภาพคล่องในระบบอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เพียงพอรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและความเสี่ยงที่อาจเกิดเงินทุนไหลออก หากธนาคารกลางสหรัฐขึ้นดอกเบี้ยช่วงท้ายปี







