
‘เอสซีจี เคมิคอลส์’ แจ้งเกิด โอลิมปิกพลาสติก 2016
ด้วยงานเคแฟร์จะเวียนมาจัดทุก 3 ปีต่อครั้ง ดังนั้นในวงการพลาสติกและยาง จะเปรียบงานเคแฟร์เหมือนกับงานระดับโอลิมปิกของวงการ ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ประกอบการไทยที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ผู้ผลิตวัตถุดิบ เครื่องจักรเข้าร่วมหลายราย แต่ในงานเคแฟร์ 2016 ครั้งนี้ “เอสซีจี เคมิคอลส์” ถือว่าแจ้งเกิดในสนามแข่งขันระดับโลกได้ จากที่ก่อนหน้านี้ เอสซีจี เคมิคอลส์ เคยเข้าร่วมงานมาแล้ว 2 ครั้ง จากนั้นได้เว้นวรรคไปเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้ด้วย 2 หัวหอกหลัก คือ ฟังก์ชันนัลแมททีเรียลยี่ห้อเซียร์ร่า (CIERRA) กับนิวเจนเนอเรชั่น พีอี หรือนิวพีอี ทำให้ช่วงการจัดงาน 8 วัน (วันที่ 19-26 ต.ค.) ที่ผ่านมาที่เมืองดุสเซลดอร์ฟ เยอรมนี มีนักธุรกิจเข้าเยี่ยมชมบูธวันละ 300-400 ราย คิวนัดเจรจาเฉลี่ยรายละ 30 นาที ขณะที่บางบูธแทบไม่มีผู้เข้าเยี่ยมชม
ด้วยงานเคแฟร์จะเวียนมาจัดทุก 3 ปีต่อครั้ง ดังนั้นในวงการพลาสติกและยาง จะเปรียบงานเคแฟร์เหมือนกับงานระดับโอลิมปิกของวงการ ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ประกอบการไทยที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ผู้ผลิตวัตถุดิบ เครื่องจักรเข้าร่วมหลายราย แต่ในงานเคแฟร์ 2016 ครั้งนี้ “เอสซีจี เคมิคอลส์” ถือว่าแจ้งเกิดในสนามแข่งขันระดับโลกได้ จากที่ก่อนหน้านี้ เอสซีจี เคมิคอลส์ เคยเข้าร่วมงานมาแล้ว 2 ครั้ง จากนั้นได้เว้นวรรคไปเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้ด้วย 2 หัวหอกหลัก คือ ฟังก์ชันนัลแมททีเรียลยี่ห้อเซียร์ร่า (CIERRA) กับนิวเจนเนอเรชั่น พีอี หรือนิวพีอี ทำให้ช่วงการจัดงาน 8 วัน (วันที่ 19-26 ต.ค.) ที่ผ่านมาที่เมืองดุสเซลดอร์ฟ เยอรมนี มีนักธุรกิจเข้าเยี่ยมชมบูธวันละ 300-400 ราย คิวนัดเจรจาเฉลี่ยรายละ 30 นาที ขณะที่บางบูธแทบไม่มีผู้เข้าเยี่ยมชม
ชลณัฐ ญาณารณพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ กล่าวว่า ถือเป็นความสำเร็จทั้งในแง่ของผู้เข้าเยี่ยมชมบูธ แนวโน้มการเจรจาธุรกิจ และยอดการสั่งซื้อที่จะตามมา ซึ่งผู้เข้ามาเจรจาธุรกิจ มีทั้งที่เป็นลูกค้าเดิมที่ค้าขายกันมาหลายสิบปีกับลูกค้าใหม่ เพราะครั้งนี้เอสซีจี เคมิคอลส์เตรียมตัวเพื่อเข้าร่วมงาน 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทมี 2 สินค้าใหม่ที่ไม่มีรายอื่นมี คือฟังชันนัลแมททีเรียลยี่ห้อเซียร์ร่า กับนิวพีอี ทำให้ไม่ต้องไปแข่งตัดราคา
จากโครงสร้างของเอสซีจี เคมิคอลส์ที่มี 2 กลุ่มหลัก คือกลุ่มปิโตรเลียม กับนันปิโตรเลียม พวกกลุ่มอัพสตรีม กลุ่มปิโตรเลียม บริษัทมีสินค้าหลักเป็นพลาสสติก พีอี พีพี และพีวีซี ส่วนนันปิโตรเลียม พวกดาวน์สตรีม จะแยกเป็น 1.ฟังก์ชั่นนัลแมททีเรียล ที่ใส่เข้าไปในพลาสติกแล้วทำให้มีคุณสมบัติดีขึ้น 2.อินดัสเทรียลโซลูชัน เป็นการให้บริการปรับปรุงเครื่องจักรหรือโอเวอร์ฮอล มีการให้บริการหุ่นยนต์ตรวจสอบ และ 3.กลุ่มอีโคอินโนเวชั่น ผลิตปุ๋ยจากไส้เดือน
ดังนั้นเมื่อเอสซีจี เคมิคอลส์มีสินค้าใหม่ทั้งสองขาธุรกิจ โดยในส่วนของนันปิโตรเลียม ได้เปิดตัวสินค้าที่เป็นครั้งแรกของโลก หรือนิวทูเดอะเวิลด์ยี่ห้อเซียร์ร่า ขณะที่กลุ่มปิโตรเลียมมีนิวพีอี มาเป็นสิ่งช่วยดึงผู้ประกอบการเข้าบูธ ซึ่งสินค้าใหม่ทั้งสองเกิดมาจากการที่บริษัทลงทุนทางด้านวิจัยและพัฒนาหรืออาร์แอนด์ดี อย่างต่อเนื่อง เพื่อจะหารายได้จากกลุ่มสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม หรือ HVA (High Value Added Products and Services) ในสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้น โดยปีนี้ใช้งบอาร์แอนด์ดีกว่า 3,300 ล้านบาท และเชื่อว่าสัดส่วนรายได้จากสินค้าเอชวีเอมีสัดส่วนเกือบ 20% เป็นเกือบ 30% เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้บริษัทประสบความสำเร็จ
“สำหรับภาพรวมของงานปีนี้ ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการจะขายเป็นโซลูชั่นช่วยแก้ปัญหาลูกค้าทั้งกระบวนการ มากกว่าจะขายเป็นวัตถุดิบ หรือขายเครื่องจักร เหมือนงานเคแฟร์ที่ผ่านมา และในงานยังแสดงให้เห็นว่าวัสดุพลาสติก จะเข้าไปแทนวัสดุอื่นมากขึ้น รวมทั้งพลาสติกยังมีส่วนลดโลกร้อนได้ เช่นช่วงที่เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ หากต้องตัดไม้มาทำเรือจะต้องใช้ไม้จำนวนมาก แต่ถ้าใช้พลาสติกผลิตเรือ จะช่วยลดการตัดไม้และผลิตได้ทันแก้ปัญหา” ชลณัฐ กล่าว พร้อมยืนยันว่า ขณะที่พลาสติกพัฒนาไปใช้แทนเหล็กแทนวัสดุต่างๆ ได้ แต่ยังไม่มีวัสดุไหนมาแทนพลาสติกได้ ดังนั้นพลาสติกจึงยังจะอยู่คู่โลกไปอีกนาน







