
น้ำเสียกับย้อมผ้าสีดำ
โดย...กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา
โดย...กุลฉัตร ฉัตรกุล ณ อยุธยา
ในฐานะที่เป็นนักเคมีรู้สึกกังวลใจกับการย้อมผ้าที่ปราศจากองค์ความรู้ในการบำบัดน้ำ ซึ่งปัจจุบันนับเป็นห้วงเวลาที่เราต่างก็ให้ความใส่ใจกับการร่วมกันแสดงความไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ต่างคนต่างแสดงความจงรักภักดีในการแสวงหาเสื้อผ้าสีดำมาสวมใส่กันจนทำให้เกิดภาวะขาดตลาดและราคาแพง ทางออกก็คือการพึ่งพาตนเอง โดยหันมาย้อมเสื้อผ้าด้วยสีดำกันทั่วประเทศ ช่วยประหยัดทรัพย์แล้วเสื้อเก่าๆ ก็ยังได้รับการบริจาค ก่อให้เกิดการหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่
แต่จะเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมตามมาแน่นอน เพราะน้ำเสียจากการย้อมผ้าจำนวนมากทั่วประเทศ เนื่องจากต่างคนต่างย้อมกันโดยปราศจากความรู้ในการบำบัดน้ำเสีย นับเป็นวิกฤตการณ์ที่ไม่มีผู้ใดเจตนาจะให้เกิดขึ้น แต่ด้วยการกระทำกันเสรี ไม่มีการควบคุมที่ถูกต้อง จำเป็นต้องให้ความรู้ในการบำบัดน้ำเสียก่อนจะปล่อยลงสู่สิ่งแวดล้อมเพื่อให้น้ำของพ่อยังคงสดใสตามเดิม
น้ำเป็นปัจจัยที่สำคัญที่ต้องใช้ในการย้อมผ้า วัตถุดิบที่ใช้ เช่น สีย้อมผ้าหรือสารเคมีบางชนิดละลายน้ำได้ บางชนิดละลายน้ำไม่ได้ จึงทำให้น้ำมีสภาพที่แปรเปลี่ยนไปที่เราเรียกว่า น้ำเสีย ทำให้สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในน้ำตายเนื่องจากมีสารอินทรีย์ในน้ำปริมาณที่สูงทำให้ขาดออกซิเจน และผลกระทบของน้ำเสียนี้ยังเป็นตัวยับยั้งการทำงานของจุลินทรีย์ต่างๆ ในกระบวนการบำบัดทางชีวภาพ
ปัญหาใหญ่ที่พบและนับว่ามีผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมคือ น้ำย้อมผ้าที่ปล่อยออกมาประกอบด้วย สี, ค่า BOD, ค่า COD, pH, สารแขวนลอย, ความร้อน และอื่นๆ ซึ่งมีผลต่อสิ่งมีชีวิตในแหล่งน้ำ มวลสารส่วนใหญ่ที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำย้อมโดยมากแล้วสามารถบำบัดได้ด้วยวิธีทางกายภาพและทางเคมีทั่วๆ ไป แต่มีสีบางประเภทที่ไม่สามารถบำบัดได้ด้วยวิธีการดังกล่าว เช่น สีรีแอ็กทีฟ สีเอซิด สีเบสิก สีไดเร็กต์ สีแวต สีดิสเพิร์ส สีนอกจากจะทำให้แหล่งน้ำธรรมชาติขาดความสวยงามแล้ว ยังลดอัตราการนำเข้าของออกซิเจนที่เข้าสู่ผิวหน้าของแหล่งน้ำ บดบังแสงอาทิตย์ที่ตกลงสู่ผิวน้ำ ทำให้พืชน้ำไม่สามารถสังเคราะห์ด้วยแสงได้ และอาจทำให้สัตว์น้ำตายได้
ปัจจุบันเทคโนโลยีที่ใช้ในการบำบัดน้ำเสียอย่างง่ายๆ คือ การใช้จุลินทรีย์อัดเม็ดละลายน้ำที่จะใช้บำบัด จากนั้นก็กรองน้ำเสียด้วยระบบกรองน้ำธรรมดาผ่านหญ้าแฝกหรือใช้ต้นธูปฤาษีเป็นตัวดูดซับ หรือใช้สารส้มแกว่งให้ตกตะกอนก่อน เราก็จะได้น้ำที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานปล่อยลงสู่ธรรมชาติได้
กระบวนการบำบัดน้ำมีหลายวิธีคือ 1.กระบวนการทางเคมี โดยการแยกสารต่างๆ หรือสิ่งปนเปื้อนในน้ำเสียที่บำบัด ด้วยการเติมสารเคมีต่างๆ ลงไปเพื่อให้เข้าไปทำปฏิกิริยาแต่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง 2.กระบวนการทางชีววิทยา โดยอาศัยจุลินทรีย์ต่างๆ มาย่อยสลายเปลี่ยนอินทรียสารไปเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และแอมโมเนีย เป็นการบำบัดน้ำเสียที่ดีที่สุดในการลดปริมาณสารอินทรีย์ในแหล่งน้ำ 3.การดูดซับด้วยถ่าน โดยใช้ผงถ่านหรือคาร์บอนเป็นตัวดูดซับสารเจือปนที่ละลายอยู่ในน้ำทิ้ง ขอให้ทุกคนที่ย้อมผ้าดำจงบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงสู่สิ่งแวดล้อมทุกครั้ง อย่าให้เจตนาดีของท่านนำมาซึ่งน้ำเสียลงสู่น้ำที่พ่อของเราเฝ้าเพียรอนุรักษ์ไว้ให้พวกเราเลย







