
เช็กความพร้อมเอเชีย
โดย...ฮาราลด์ ไพรซ์
โดย...ฮาราลด์ ไพรซ์
เมืองต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญที่เกิดจากการเติบโตไปสู่การเป็นมหานคร พร้อมกับปัจจัยอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นของชนชั้นกลาง จำนวนประชากรที่เพิ่มสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด โครงสร้างทางประชากร รวมถึงแรงกดดันต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งผลให้เมืองต่างๆ เหล่านี้เข้าสู่ภาวะวิกฤต
ประเทศสิงคโปร์ตั้งเป้าจะเป็นประเทศแรกในการเป็นประเทศอัจฉริยะ ขณะที่ประเทศอื่นๆ เช่น จีนและอินเดีย กำลังขับเคลื่อนการสร้างเมืองอัจฉริยะอย่างเต็มกำลัง ส่วนในประเทศเกาหลีใต้เองก็เพิ่มสร้างเมือง
ซองโดให้เป็นเมืองอัจฉริยะ จากเดิมที่ไม่มีอะไรเลย
คำถามก็คือ ความพร้อมของเครือข่ายสื่อสารในเมืองต่างๆ ของทวีปเอเชียมีความอัจฉริยะเพียงพอแล้วหรือยัง เพราะการจะสร้างเมืองอัจฉริยะนั้นจำเป็นต้องมีการยกระดับเทคโนโลยีเพื่อพัฒนาบริการสาธารณะ ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการบริหารเมือง และทำให้เกิดความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพลเมือง
ความสำเร็จของการเป็นเมืองอัจฉริยะนั้นเกิดจากการประสานเทคโนโลยีหลายๆ ประเภทให้มีการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด สิ่งที่ยังคงเป็นข้อกังวลก็คือความจริงที่ว่าเครือข่ายสื่อสารในทวีปเอเชียในทุกวันนี้ยังไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะรองรับการเติบโตของปริมาณข้อมูล รวมถึงความไวในการสื่อสาร อันเกิดจากการเชื่อมต่อของอุปกรณ์จำนวนนับพันนับหมื่นชิ้น เพื่อสนับสนุนการพัฒนาไปสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ
รายงานล่าสุดจากส่วนงานให้คำปรึกษาของโนเกีย เบลล์ แลปส์ เผยว่า ปริมาณความต้องการสื่อสารข้อมูลแบบไร้สายทั่วโลกผ่านอุปกรณ์ต่างๆ จะเติบโตขึ้นใน 30-45 เท่า ในปี 2563 เมื่อเทียบกับปี 2557 ยิ่งเมื่อมีการเพิ่มจำนวนของอุปกรณ์ Internet of Things หรือ IoT เข้ามาในเครือข่ายก็จะทำให้เรื่องนี้ซับซ้อนมากขึ้น คาดกันว่าจำนวนอุปกรณ์ IoT ที่มีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายจะเติบโตจาก 1,600 ล้านชิ้น ในปี 2558 เป็น 4,600 ล้านชิ้น ในปี 2563
ที่สำคัญที่สุด ในการผลักดันเมืองอัจฉริยะ เครือข่ายสื่อสารโทรคมนาคมในอนาคตจะต้องตอบโจทย์ต่างๆ โดยการสร้างเครือข่ายดังกล่าวมีข้อพิจารณา ได้แก่ การออกแบบเครือข่ายเซลลูลาร์ (เครือข่ายพื้นที่กว้าง) ต้องมีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงครอบคลุมพื้นที่เมือง ควรควบรวมการให้บริการโทรคมนาคมด้วยเครือข่ายหนึ่งเดียว พัฒนาสร้างสถาปัตยกรรมคลาวด์ของเมืองอัจฉริยะ การสร้างแพลตฟอร์มที่บริหารจัดการการทำงานของอุปกรณ์ IoT ทั้งหมดภายในเมือง และสามารถเชื่อมต่อกับโซลูชั่นอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย
โครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเมืองอัจฉริยะมีความซับซ้อน และต้องอาศัยความเชี่ยวชาญในหลากหลายสาขาเพื่อผลักดันให้เกิดความสำเร็จ







