
ชงหาคนคุมเครื่องเล่น
สมาคมสวนสนุกฯ หนุนกระทรวงท่องเที่ยวรับหน้าที่ดูแลการควบคุมเครื่องเล่น
สมาคมสวนสนุกฯ หนุนกระทรวงท่องเที่ยวรับหน้าที่ดูแลการควบคุมเครื่องเล่น
นายวุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ นายกสมาคมสวนสนุกและสวนพักผ่อนหย่อนใจ เปิดเผยว่า สมาคมฯ มีแนวคิดจะเสนอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเข้ามาช่วยรับเรื่องดูแลเรื่องการควบคุมผู้ประกอบธุรกิจสวนสนุกและสวนพักผ่อนหย่อนใจให้เป็นไปตามกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมเครื่องเล่น พ.ศ. 2558 เนื่องจากเดิมทีกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ดูแล อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบุคลากรของกระทรวงมหาดไทยมีน้อย นอกจากจะต้องควบคุมดูแลเครื่องเล่นให้เป็นไปตามกฎกระทรวงแล้ว ยังมีภาระในการดูแลการก่อสร้างอาคารประเภทอื่นด้วย ทำให้การส่งเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับการตรวจสอบหรืออนุญาตอาจทำได้ช้า
“กฎกระทรวงฉบับนี้บังคับใช้มากกว่า 1 ปีแล้ว แต่มีประเด็นเรื่องความพร้อมของบุคลากรกระทรวงมหาดไทย ทำให้การส่งเรื่องไปแล้วพิจารณาล่าช้า” นายวุฒิชัย กล่าว
สำหรับกฎกระทรวงฉบับนี้มีใจความสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการเป็นห่วง คือ หากการพิจารณาล่าช้าอาจจะทำให้ไม่เป็นไปตามข้อ 10 ในกฎกระทรวงที่มีเนื้อความว่า เมื่อผู้รับใบอนุญาตได้ก่อสร้างหรือเคลื่อนย้ายเครื่องเล่นแล้วเสร็จ ประสงค์จะใช้เครื่องเล่น ให้แจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นรับทราบพร้อมเอกสารหลักฐาน ซึ่งผู้รับใบอนุญาตต้องยื่นรายงานผลการพิจารณาตรวจสอบตามคู่มือการติดตั้งเครื่องเล่นของผู้ผลิตเครื่องเล่นโดยมีวิศวกรเป็นผู้ลงนามตรวจสอบ พร้อมหลักฐานการจัดให้มีการประกันภัยเพื่อประกันความรับผิดต่อบุคคลภายนอก โดยที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นทำการตรวจสอบการก่อสร้างหรือเคลื่อนย้ายให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งและเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้อง
ขณะเดียวกัน อยากให้ภาครัฐพิจารณาทบทวนแนวทางการเก็บภาษีที่ดินใหม่ โดยคำนึงถึงลักษณะทางธุรกิจด้วย ซึ่งในส่วนของธุรกิจสวนสนุกหรือสวนพักผ่อนหย่อนใจอื่นๆ มักเป็นสถานที่ที่มีการใช้พื้นที่ในแนวกว้าง ดังนั้น หากประเมินภาษีโดยดูจากมูลค่าที่ดินก็คงจะสูงมาก ในขณะที่กลุ่มธุรกิจนี้เก็บผลตอบแทนต่อมูลค่าที่ดินได้ต่ำกว่าธุรกิจอื่นๆ
ทั้งนี้ เนื่องจากธุรกิจสวนสนุกและสวนพักผ่อนหย่อนใจจะมีลักษณะทางกายภาพที่ประกอบด้วยพื้นที่เพื่อสาธารณประโยชน์ ไม่ได้ใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ แต่จำเป็นต้องมีอยู่ด้วย เช่น พื้นที่สำหรับเลี้ยงช้าง ที่จอดรถริมถนน ซึ่งเป็นลานกว้างใหญ่ สถานธนานุบาลสัตว์ประเภทต่างๆ โรงบำบัดน้ำเสีย และพื้นที่ว่าง หากเก็บภาษีที่ดินโดยครอบคลุมที่ดินทั้งหมดที่มีคงจะทำให้ต้องเสียเพิ่มไม่น้อยกว่า 4-5 เท่าจากที่ปัจจุบันเสียอยู่ จึงอยากให้พิจารณาเก็บเฉพาะพื้นที่ที่ใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์จริงเท่านั้น







