
ขยายพันธมิตรการค้า
เตรียมเยือนเวียดนามปูทางค้าปลีกไทย ลุยต่อจีน
เตรียมเยือนเวียดนามปูทางค้าปลีกไทย ลุยต่อจีน
พาณิชย์รับลูก “สมคิด” เดินหน้าทำพันธมิตรทางการค้า เน้นตลาดศักยภาพ ทั้งจีน อินเดีย ซีแอลเอ็มวี ประเดิมเวียดนามเร็วๆ นี้
นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าขยายความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนกับประเทศต่างๆ ในรูปแบบของพันธมิตรทางการค้า โดยเน้นประเทศที่มีศักยภาพในการเป็นตลาดการค้าและการลงทุนของไทยอย่างจีน อินเดีย กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) รัสเซีย แอฟริกา เป็นต้น ซึ่งจะเจรจาในประเด็นที่ไทยและประเทศคู่เจรจาสนใจร่วมกัน โดยให้ดำเนินการคู่ขนานกับการเจรจาจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ของไทยกับประเทศต่างๆ
“การทำพันธมิตรทางการค้าจะเป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ที่ทั้งสองฝ่ายต้องการ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทิ้งเอฟทีเอ ยังคงเจรจาอยู่ แต่เอฟทีเอกับบางประเทศที่ทำมานานแล้ว และยังเจรจาไม่จบอย่างอินเดีย ก็ให้เปลี่ยนมาคุยเฉพาะสาขาที่ 2 ประเทศสนใจร่วมกันก่อน ซึ่งสาขาที่ไทยสนใจ เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) ที่ต้องการความรู้จากอินเดีย และอินเดียก็สนใจให้ไทยเข้าไปลงทุนทำค้าปลีก เป็นต้น” นางอภิรดี กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในเร็วๆ นี้จะเดินทางไปเวียดนาม เพื่อเจรจาพันธมิตรทางการค้า ซึ่งเวียดนามต้องการให้ไทยเข้าไปลงทุนในธุรกิจค้าปลีก ขณะที่ไทยสนใจลงทุนสิ่งทอ อัญมณีและเครื่องประดับ นอกจากนี้ในช่วงปลายเดือน พ.ย.นี้ นายสมคิดจะนำคณะไทยเดินทางไปประชุมคณะกรรมการร่วมไทย-จีน (เจซี) ที่จีน โดยจะหารือเรื่องการทำพันธมิตรทางการค้าระหว่างกันด้วย
นางอภิรดี กล่าวต่อว่า การทำพันธมิตรทางการค้าจะพยายามทำให้มีผลผูกพันทางกฎหมายที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องปฏิบัติตาม และอาจจะนำมาเป็นข้อผูกพันในกรอบเอฟทีเอระหว่างกันด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา นายสมคิดได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ เพื่อติดตามการทำงานของกระทรวง โดยนายสมคิดได้ย้ำในที่ประชุมว่าจะเดินหน้าการทำพันธมิตรทางการค้าอย่างเต็มที่ โดยจะเน้นเจรจาแต่เรื่องที่ไทยและประเทศคู่ค้าสนใจ และจะยังไม่ทำเอฟทีเอขณะนี้ เพราะต้องใช้เวลาเจรจานานกว่าจะจบ
สำหรับการทำพันธมิตรทางการค้า ไทยได้หารือกับหลายประเทศมาอย่างต่อเนื่อง แต่เป็นในลักษณะของคณะกรรมการร่วมทางการค้า (เจทีซี) ที่เป็นเพียงแค่ความร่วมมือที่ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ต่างจากเอฟทีเอที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย อีกทั้งพันธมิตรทางการค้ายังเป็นการเจรจาเฉพาะเรื่อง ไม่ครอบคลุมทุกเรื่องเหมือนการทำเอฟทีเอ







