
ลูกหนี้เมินตัดยอด เก็บโบนัสใช้จ่าย
ทวงหนี้ไตรมาสสุดท้ายยังทรงตัว ลูกหนี้หัวหมอยอมโดนฟ้อง หวังศาลพิพากษาลดเบี้ยปรับเกินครึ่ง
ทวงหนี้ไตรมาสสุดท้ายยังทรงตัว ลูกหนี้หัวหมอยอมโดนฟ้อง หวังศาลพิพากษาลดเบี้ยปรับเกินครึ่ง
นายประชา ชัยสุวรรณ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้สถาบันการเงิน เปิดเผยถึงสถานการณ์การติดตามทวงหนี้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ คาดว่ายังคงทรงตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าบางธุรกิจถูกลดการทำงานล่วงเวลา (โอที) แต่ยังไม่มีสถานการณ์ผิดปกติ ลูกค้ายังชำระหนี้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าช่วงปลายปีจะยังคงมีบางธุรกิจที่จ่ายโบนัส แต่ลูกหนี้ส่วนใหญ่จะเก็บเงินไว้ไม่นำมาโปะหรือตัดยอดชำระหนี้ทั้งหมด ทำให้อัตราการติดตามหนี้ปีนี้ทั้งปียังคงเติบโตประมาณ 5-6%
"จำนวนบัญชีลูกหนี้ใหม่มีเพิ่มขึ้นตามปกติ 5-6% เพราะสถาบันการเงินมีการเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น โดยปกติบัญชีการติดตามลูกหนี้จะมีการหมุนเวียนให้แต่ละบริษัทติดตาม เช่น ถ้า 1-2 เดือนบริษัทตามไม่ได้ ก็จะโอนไปให้อีกบริษัทหนึ่งติดตามหนี้" นายประชา กล่าว
นายประชา กล่าวว่า ขณะนี้พบว่าลูกหนี้ส่วนใหญ่จะยอมให้ฟ้องร้องดำเนินคดี เพื่อขอให้ศาลพิจารณาลดดอกเบี้ยจ่าย จากปกติดอกเบี้ยผิดนัดชำระอยู่ที่ 20-28% แต่ส่วนใหญ่ศาลจะพิพากษาให้ชำระหนี้และลดดอกเบี้ยจ่ายเหลือ 7.5% จากกฎหมายกำหนดให้คิดได้ไม่เกิน 15%
สำหรับพิโกไฟแนนซ์มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นยาก แม้ว่ารัฐบาลจะให้คิดอัตราดอกเบี้ย 36% แต่ผู้ประกอบการยังมีความเสี่ยงหากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้และต้องฟ้องร้อง ซึ่งส่วนใหญ่จะได้รับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 7.5% หรืออย่างมากไม่เกิน 15% รวมทั้งแม้จะคิดดอกเบี้ยได้ 36% ก็ยังเสี่ยง จะทำให้ผู้ประกอบการพิโกไฟแนนซ์และนาโนไฟแนนซ์ไม่อยากจะปล่อยเงินกู้" นายประชา กล่าว







