posttoday
บิดาแห่งนวัตกรรม

บิดาแห่งนวัตกรรม

24 ตุลาคม 2559

เป็นเพราะพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ที่ได้ทรงค้ำจุนและประคับประคองให้ประเทศไทยฟันฝ่าวิกฤตทั้งภายในและภายนอกประเทศมานับครั้งไม่ถ้วน

เป็นเพราะพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ที่ได้ทรงค้ำจุนและประคับประคองให้ประเทศไทยฟันฝ่าวิกฤตทั้งภายในและภายนอกประเทศมานับครั้งไม่ถ้วน

ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 3 ทรงทำนุบำรุงและสร้างความมั่นคงแก่ชาติไทย จวบจนรัชกาลที่ 4 ทรงเริ่มต้นการเปิดโลกทัศน์ของชาติ รับความรู้จากตะวันตกมาประยุกต์ใช้ สืบเนื่องมาถึงการปฏิรูปประเทศในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ประเทศไทยเริ่มเป็นชาติที่ทันสมัย มีทั้งรถไฟ ไปรษณีย์ โทรเลข เป็นรากฐานของประเทศมาจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นพระมหากษัตริย์ไทยจึงเป็นผู้นำในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ตอนที่ผมยังเด็ก ผมได้เห็นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในทีวี ซึ่งโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ได้ถ่ายทอดสดการเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร งานนิทรรศการวิชาการ “พระจอมเกล้าลาดกระบังนิทรรศน์” ซึ่งทรงเสด็จฯ ถึง 3 ครั้ง คือในปี 2519 2526 และ 2530 ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) แต่ละครั้งพระองค์ท่านทรงสนพระทัยในงานประดิษฐ์คิดค้นด้านวิศวกรรม ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ระบบโทรคมนาคม ระบบอัตโนมัติ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า รวมทั้งเครื่องจักรกลทางการเกษตร หลายโครงการมีความล้ำนำสมัยมากแม้ในยุคปัจจุบัน

ครั้งนั้นหลังจากที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนิน ได้เกิดปรากฏการณ์การตื่นตัวของคนไทยในเรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรม มีทั้งนักเรียน นักศึกษา และประชาชนจำนวนมาก เดินทางมาชมนิทรรศการที่ สจล. แม้สมัยก่อนจะเดินทางมายากลำบากก็ตาม เพราะพระองค์ท่านได้ทรงสร้างแรงบันดาลใจแก่คนไทยให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาประเทศด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งเด็กบ้านนอกคนหนึ่งอย่างตัวผมที่ตั้งปณิธานว่า วันหนึ่งจะต้องเป็นวิศวกรนักพัฒนาให้ได้

พระองค์ท่านยังพระราชทาน “กองทุนวิจัย” เป็นเงินขวัญถุงสำหรับการทำงานวิจัยและนวัตกรรมของ สจล. พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านได้สร้างแรงผลักดันแก่มหาวิทยาลัย ให้มุ่งมั่นเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับโลก เช่นเดียวกับสถาบัน MIT

ตลอดรัชสมัย 70 ปี พระองค์ท่านทรงสนพระทัยงานวิจัยและพัฒนา และทรงเป็นตัวอย่างของผู้ที่ศึกษาหาความรู้ไม่จบไม่สิ้นทางด้านทฤษฎี และยังทรงลงมือปฏิบัติด้วยพระองค์เอง ทรงประดิษฐ์กังหันน้ำชัยพัฒนา ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ทรงเป็นนักปฏิบัติ และเป็น “บิดาแห่งนวัตกรรม” ของไทยอย่างแท้จริง

พระบรมราโชวาทที่พระราชทานไว้ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ วันที่ 18 ต.ค. 2517 ว่า“...ผู้ที่ชำนิชำนาญทั้งทางทฤษฎีและทางปฏิบัติ จึงจัดว่ามีคุณสมบัติครบถ้วน และมีขีดความสามารถสูง เป็นที่เชื่อใจและวางใจได้ว่าจะดำเนินงานทั้งปวงอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะสามารถทำงาน สั่งงาน และสั่งคนได้อย่างถูกต้องแท้จริง ท่านทั้งหลายควรจะภาคภูมิใจในความสามารถของตน ที่เมื่อมีความคิดอย่างใดขึ้นแล้ว ก็ “ลงมือ” และ “ใช้มือ” กระทำได้ทันที ทั้งนี้จะเป็นประโยชน์ยิ่งใหญ่ในการทำความเจริญ แก่ตนและแก่ประเทศชาติ อย่างที่ได้ตั้งปณิธานไว้”

ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ และขอตั้งปณิธานว่าจะดำเนินชีวิต ปฏิบัติหน้าที่ตามรอยพระบาทตลอดไป &O5532;

บิดาแห่งนวัตกรรมเป็นเพราะพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ที่ได้ทรงค้ำจุนและประคับประคองให้ประเทศไทยฟันฝ่าวิกฤตทั้งภายในและภายนอกประเทศมานับครั้งไม่ถ้วน

ตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 3 ทรงทำนุบำรุงและสร้างความมั่นคงแก่ชาติไทย จวบจนรัชกาลที่ 4 ทรงเริ่มต้นการเปิดโลกทัศน์ของชาติ รับความรู้จากตะวันตกมาประยุกต์ใช้ สืบเนื่องมาถึงการปฏิรูปประเทศในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ประเทศไทยเริ่มเป็นชาติที่ทันสมัย มีทั้งรถไฟ ไปรษณีย์ โทรเลข เป็นรากฐานของประเทศมาจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นพระมหากษัตริย์ไทยจึงเป็นผู้นำในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ตอนที่ผมยังเด็ก ผมได้เห็นพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในทีวี ซึ่งโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ได้ถ่ายทอดสดการเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร งานนิทรรศการวิชาการ “พระจอมเกล้าลาดกระบังนิทรรศน์” ซึ่งทรงเสด็จฯ ถึง 3 ครั้ง คือในปี 2519 2526 และ 2530 ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) แต่ละครั้งพระองค์ท่านทรงสนพระทัยในงานประดิษฐ์คิดค้นด้านวิศวกรรม ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ระบบโทรคมนาคม ระบบอัตโนมัติ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า รวมทั้งเครื่องจักรกลทางการเกษตร หลายโครงการมีความล้ำนำสมัยมากแม้ในยุคปัจจุบัน

ครั้งนั้นหลังจากที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนิน ได้เกิดปรากฏการณ์การตื่นตัวของคนไทยในเรื่องเทคโนโลยีและนวัตกรรม มีทั้งนักเรียน นักศึกษา และประชาชนจำนวนมาก เดินทางมาชมนิทรรศการที่ สจล. แม้สมัยก่อนจะเดินทางมายากลำบากก็ตาม เพราะพระองค์ท่านได้ทรงสร้างแรงบันดาลใจแก่คนไทยให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาประเทศด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งเด็กบ้านนอกคนหนึ่งอย่างตัวผมที่ตั้งปณิธานว่า วันหนึ่งจะต้องเป็นวิศวกรนักพัฒนาให้ได้

พระองค์ท่านยังพระราชทาน “กองทุนวิจัย” เป็นเงินขวัญถุงสำหรับการทำงานวิจัยและนวัตกรรมของ สจล. พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านได้สร้างแรงผลักดันแก่มหาวิทยาลัย ให้มุ่งมั่นเป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระดับโลก เช่นเดียวกับสถาบัน MIT

ตลอดรัชสมัย 70 ปี พระองค์ท่านทรงสนพระทัยงานวิจัยและพัฒนา และทรงเป็นตัวอย่างของผู้ที่ศึกษาหาความรู้ไม่จบไม่สิ้นทางด้านทฤษฎี และยังทรงลงมือปฏิบัติด้วยพระองค์เอง ทรงประดิษฐ์กังหันน้ำชัยพัฒนา ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ทรงเป็นนักปฏิบัติ และเป็น “บิดาแห่งนวัตกรรม” ของไทยอย่างแท้จริง

พระบรมราโชวาทที่พระราชทานไว้ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ วันที่ 18 ต.ค. 2517 ว่า“...ผู้ที่ชำนิชำนาญทั้งทางทฤษฎีและทางปฏิบัติ จึงจัดว่ามีคุณสมบัติครบถ้วน และมีขีดความสามารถสูง เป็นที่เชื่อใจและวางใจได้ว่าจะดำเนินงานทั้งปวงอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะสามารถทำงาน สั่งงาน และสั่งคนได้อย่างถูกต้องแท้จริง ท่านทั้งหลายควรจะภาคภูมิใจในความสามารถของตน ที่เมื่อมีความคิดอย่างใดขึ้นแล้ว ก็ “ลงมือ” และ “ใช้มือ” กระทำได้ทันที ทั้งนี้จะเป็นประโยชน์ยิ่งใหญ่ในการทำความเจริญ แก่ตนและแก่ประเทศชาติ อย่างที่ได้ตั้งปณิธานไว้”

ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ และขอตั้งปณิธานว่าจะดำเนินชีวิต ปฏิบัติหน้าที่ตามรอยพระบาทตลอดไป

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี