
SPRC1 ใน 90 โรงกลั่นดี
ธุรกิจโตตามแผน ย้ำจะเป็นหุ้นปันผล
ธุรกิจโตตามแผน ย้ำจะเป็นหุ้นปันผล
SPRC ลุยธุรกิจตามเป้าหมาย ย้ำกับนักลงทุนจะเป็นหุ้นปันผล 24 กองทุน ฮ่องกง-สิงคโปร์ปลื้มทำได้ตามสัญญา ติด 1 ใน 90 โรงกลั่นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
นายวิชัย ชุณหสมบูรณ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร ผู้จัดการฝ่ายการเงินและคลัง บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง (SPRC) เปิดเผยว่า บริษัทถูกจัดอันดับให้ติด 1 ใน 90 โรงกลั่นที่ดีที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและคาบสมุทรอินเดีย เพราะในกระบวนการผลิตและการกลั่นของบริษัทที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่มีการหยุดผลิตหรือมีอัตราการกลั่นที่ดีที่สุด ซึ่งทุกวันนี้บริษัทผลิตน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 1.65 แสนบาร์เรล/วัน
“SPRC เป็นโรงกลั่นที่ไม่มีอุบัติเหตุในการกลั่นเกิดขึ้นเลย จึงกลั่นเพิ่มจาก 1.61 แสนบาร์เรล มาอยู่ที่ 1.65 แสนบาร์เรล และเป็นโรงกลั่นที่กลั่นน้ำมันเบนซิน 1 ใน 3 ของประเทศที่ออกมาจำหน่ายมากที่สุด”
สำหรับในส่วนของการทำธุรกิจนั้นก็ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายและแผนที่บริษัทได้นำเสนอไปกับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศในช่วงที่บริษัทนำเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) เมื่อเดือน ธ.ค. 2558 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี และแม้ว่าในขณะนั้นภาพรวมของตลาดไม่เอื้ออำนวยมากนัก แต่บริษัทก็ได้ย้ำและบอกกับนักลงทุนไปว่า การเข้ามาลงทุนหุ้นใน SPRC จะมีอนาคตที่ดี เพราะบริษัทจะเป็นหุ้นที่จะจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
ทั้งนี้ เมื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) มาได้ระยะหนึ่งก็จะเห็นว่าบริษัทสามารถทำได้ตามที่ให้คำมั่นกับนักลงทุน โดยในงวดครึ่งปีแรกของปี 2559 ได้ประกาศจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.53 บาท หรือให้ผลตอบแทนเงินปันผลในอัตรากว่า 4% ซึ่งถือว่ามากที่สุดในหุ้นโรงกลั่นที่จดทะเบียนใน ตลท. โดยครึ่งปีแรกมีกำไร 4,705 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 6,990 ล้านบาท ส่วนงวด 9 เดือนถือว่าเป็นไปตามแผน
นอกจากนี้ เมื่อปลายเดือน ก.ย. SPRC ได้ออกไปพบผู้จัดการกองทุนที่สิงคโปร์และฮ่องกง 24 กองทุน ส่วนใหญ่จะเป็นกองทุนที่ซื้อหุ้นของบริษัทในช่วงที่ขายไอพีโอ ซึ่งส่วนใหญ่ก็พอใจกับข้อมูลที่นำเสนอ
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี มอง SPRC ไม่ได้มีแผนจะลงทุนเพิ่มในอีก 2 ปีข้างหน้า แต่กำลังอยู่ระหว่างการศึกษาโครงการลงทุน 2-3 โครงการ ซึ่งหากได้รับการอนุมัติก็จะคิดเป็นมูลค่าการลงทุนประมาณ 100-200 ล้านเหรียญสหรัฐ SPRC มีแผนที่จะสรุปโครงการลงทุนเหล่านี้ภายในปีหน้า เพื่อให้สามารถเริ่มงานก่อสร้างได้ในปี 2561 และเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2562 เพื่อให้ทันการฟื้นตัวของธุรกิจโรงกลั่นในรอบหน้า ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นทุก 5 ปี
อย่างไรก็ตาม คาดว่า SPRC จะสร้างกระแสเงินสดอิสระได้ 5,400 ล้านบาทในปีนี้ และอีก 6,500 ล้านบาทในปีหน้า จากการที่บริษัทมีการลงทุนไม่มาก น่าจะทำให้ SPRC พลิกมามีสถานะเงินสดสุทธิได้
ภายในสิ้นปีนี้
“มองว่ามีโอกาสมากขึ้นที่ SPRC จะเพิ่มอัตราการจ่ายปันผลจากเดิมที่กำหนดไว้ไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ ซึ่งอัตราการจ่ายปันผลที่เพิ่มขึ้นจะช่วยหนุนให้อัตราผลตอบแทนปันผล(อาร์โออี) อยู่ในระดับสูงที่ 18% ในอีก 2 ปีข้างหน้า”







