
ประชารัฐท่องเที่ยวคืบ
9 เดือนโครงการก้าวหน้า 50% เร่งโปรโมทอาหารต่อ
9 เดือนโครงการก้าวหน้า 50% เร่งโปรโมทอาหารต่อ
โครงการประชารัฐด้านท่องเที่ยวคืบ 50% เร่งเดินเครื่องเฟส 2 ปั้นอาหารไทยขายท่องเที่ยวชัดเจนขึ้น
นายชนินทธ์ โทณวณิก รองประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดุสิตธานี ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานสานพลังประชารัฐ ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวและไมซ์ เปิดเผยว่า โครงการพลังประชารัฐด้านท่องเที่ยวระยะสั้น 10 เรื่อง ผ่านมา 9 เดือนดำเนินการแล้วครึ่งหนึ่ง เช่น โครงการอะเมซิ่ง ไทย เทสต์ โปรโมทท่องเที่ยวผ่านอาหารและผลไม้ไทย อยู่ในระยะที่ 2 ให้บริษัทที่ทำด้านอาหารนำผลิตภัณฑ์ไทยมาเสนอแบบชัดเจนขึ้น คือในหนึ่งผลิตภัณฑ์มีหลายประเภท หลายระดับคุณภาพให้เลือก จากนั้น 1 เดือนข้างหน้าจะประกาศความร่วมมือสมาคมโรงแรมไทย สมาคมภัตตาคารไทยให้นำผลิตภัณฑ์ไปเสนอ
ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมารายได้จากการท่องเที่ยวมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้จ่ายด้านอาหาร 4.8 แสนล้านบาท หากผลักดันเรื่องอาหารได้ดีขึ้นรายได้เกษตรกรก็จะดีขึ้นด้วย โดยตั้งเป้าหมายว่าจะเพิ่มการใช้จ่ายด้านอาหารได้ 10% หรือเกือบ 5 หมื่นล้านบาท ตัวอย่างการทำผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจนขึ้นคือ ถ้าจำหน่ายข้าว ก็มีข้าวหลายพันธุ์ หลายระดับคุณภาพและราคา จากนั้นให้ช่องทางที่มี เช่น โรงแรมไทย และร้านอาหารไทย เริ่มมีเมนูข้าวเลือกได้ ว่าลูกค้าต้องการรับประทานข้าวพันธุ์ไหน ผลไม้จากแหล่งใด
“ที่ผ่านมาเกือบ 40 ปี เกษตรกรจำหน่ายสินค้าไม่มีแบรนด์ ข้าวไทยคือข้าวไทย ผลไม้คือผลไม้ เราอยากให้เห็นว่าพืช ผัก ผลไม้แต่ละจังหวัดมีความแตกต่าง ราคาควรแตกต่าง ข้าวที่ปลูกที่ไหนอร่อยควรแพงขึ้น ต้องเริ่มเปลี่ยนความคิดนี้ที่คนไทยก่อน ถ้าคนไทยรู้ความแตกต่างมากขึ้นตลาดต่างประเทศจะตามมาเอง”
ด้านโครงการปรับปรุงกฎหมายให้เอื้อโรงแรมขนาดเล็กเกิดได้มากขึ้นนั้น กระทรวงมหาดไทยได้ออกกฎกระทรวงใหม่แล้วที่ทำให้โรงแรมขนาดเล็กที่ยังผิดกฎหมายเข้าระบบง่ายขึ้น แต่ยังมีปัญหาอีกมากเพราะโรงแรมบางแห่งต้องไปลงทุนปรับปรุงให้ถูกต้อง ซึ่งคณะทำงานพยายามขอต่ออายุมาตรการภาษีสนับสนุนธุรกิจโรงแรมใช้งบปรับปรุงตกแต่งโรงแรมเพื่อให้เอื้อกลุ่มนี้ จากเดิมมาตรการประกาศเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยให้ดำเนินการแล้วเสร็จใน 1 ปีหลังออกมาตรการ แต่การปรับปรุงตกแต่งใช้เวลา 4-5 เดือนเสร็จ กลุ่มที่อยากปรับปรุงโรงแรมให้ถูกกฎหมายหากต้องการใช้มาตรการนี้อาจไม่ทันถ้าไม่ต่ออายุ
นายชนินทธ์ กล่าวว่า อีกโครงการที่กำลังดำเนินการ คือ ส่งเสริมสร้างเว็บไซต์หลักให้ข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในเว็บไซต์เดียว โดยรัฐจะเป็นผู้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี เอกชนจะร่วมกันบริหารการให้ข้อมูลบนเว็บไซต์นี้และทำจนถึงกระบวนการซื้อขายบนเว็บไซต์ได้ เพื่อแบ่งรายได้ค่าธรรมเนียมการขายมาบริหารจัดการเว็บไซต์ และนำรายได้อีกส่วนตอบแทนคืนสังคมในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม การให้เอกชนเข้าร่วมจะเป็นการจัดตั้งบริษัทแล้วให้สมาคมต่างๆ ถือหุ้นร่วมกัน ไม่ใช่เอกชนเป็นรายๆ ขณะนี้มีรายชื่อ 10-20 สมาคม เช่น สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) สภาหอการค้าไทย สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) สมาคมผู้ค้าปลีกไทย สมาคมสปาไทย สมาคมกอล์ฟแห่งประเทศไทย สมาคมโรงพยาบาลเอกชน สายการบิน และสมาคมธนาคารไทย คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ ธ.ค.นี้
ขณะที่การผลักดันโครงการส่งเสริมท่องเที่ยวยามค่ำคืนติดไฟตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ โดยเฉพาะจังหวัดที่มีโบราณสถาน ก็พยายามเดินหน้า โดยกรุงเทพมหานครสนใจ และอยู่ระหว่างพูดคุยหน่วยงานใน จ.เชียงใหม่ สุโขทัยด้วย แต่โครงการนี้ยังมีอุปสรรคคือแม้มีงบประมาณติดตั้งไฟประดับ แต่มีปัญหาว่าใครจะเป็นผู้จ่ายค่าไฟ เพราะรัฐบาลไม่มีงบจ่าย
นายชนินทธ์ กล่าวว่า การดำเนินโครงการประชารัฐด้านท่องเที่ยว หลายโครงการติดปัญหาที่หน่วยงานภาครัฐ เช่น การขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ไปติดขัดในรายละเอียดที่กรมสรรพากร กรมศุลกากร แต่ก็ต้องพยายามผลักดันให้เกิดให้ได้ หรือการออกวีซ่าผู้สูงอายุสนับสนุนนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงอายุอยู่ในไทยนานขึ้น แม้รัฐจะเห็นชอบหลักการแต่ก็ต้องไปแก้ไขรายละเอียดวีซ่าว่า จะให้มาพำนักในไทยได้หลายปีหรือไม่ ไม่ต้องเดินทางเข้าออกประเทศทุกๆ 3 เดือน







