
บริหารเหตุ
ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานสัมมนา Sustainable Brands ’16 ที่จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ งานนี้เป็นงานระดับโลกที่มาจัดที่เมืองไทยเป็นปีที่ 2 โดยมีแม่งานคือ ดร.ศิริกุล เลากัยกุล เป็นการรวมคนจากทั่วโลกที่มีแนวคิด ดำเนินชีวิต ตลอดจนทำธุรกิจ โดยมีความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวมในทุกๆ ด้าน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว
ผมได้มีโอกาสไปร่วมงานสัมมนา Sustainable Brands ’16 ที่จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ งานนี้เป็นงานระดับโลกที่มาจัดที่เมืองไทยเป็นปีที่ 2 โดยมีแม่งานคือ ดร.ศิริกุล เลากัยกุล เป็นการรวมคนจากทั่วโลกที่มีแนวคิด ดำเนินชีวิต ตลอดจนทำธุรกิจ โดยมีความรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวมในทุกๆ ด้าน เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว
ธีมงานหลักของประเทศไทยเน้นเรื่องการโปรโมท “เศรษฐกิจพอเพียง” ที่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงมอบให้แก่ประชาชนชาวไทยทั้งหลายใช้เป็นหลักยึดในการดำเนินชีวิต และประกอบสัมมาชีพเพื่อให้เกิดความยั่งยืน มีการนำผลงานของเหล่าผู้ประกอบการรุ่นใหม่จากโครงการ “พอแล้วดี” ออกมานำแสดง เพื่อให้คนทั้งโลกประจักษ์เห็นถึงวิถีพอเพียงที่เป็นจริง ใช้ได้ผล โดยคนรุ่นใหม่ของประเทศไทย
ผมเองต้องยอมรับตรงๆ ว่าก่อนหน้าที่จะได้เข้าร่วมเป็นวิทยากรให้แก่โครงการ “พอแล้วดี” และเข้าร่วมฟังสัมมนา Sustainable Brands นั้น ความเข้าใจในแนวคิด “เศรษฐกิจพอเพียง” ของผมค่อนข้างจะผิวเผินมาก เมื่อมีโอกาสได้เปิดโลกทัศน์จากทั้งสองโครงการ ทำให้ผมเริ่มที่จะเข้าใจแนวคิด “เศรษฐกิจพอเพียง” ในระดับที่ลึกซึ้งมากขึ้น ทำให้ตระหนักว่าที่ผ่านมานั้น ผมเข้าใจผิดมาตลอดที่คิดว่าโลกทุนนิยมนั้นอยู่ตรงข้ามกับ “เศรษฐกิจพอเพียง”
ในทางตรงข้าม “เศรษฐกิจพอเพียง” ต่างหากจะเป็นตัวทำให้โลกทุนนิยมนั้นอยู่ได้อย่างยั่งยืน ไม่ล่มสลายไปพร้อมกับความโลภที่ไม่มีที่สิ้นสุด จุดบกพร่องของระบบเศรษฐกิจทุนนิยมแบบตะวันตก คือ ทุกองค์กรล้วนอยู่ในระบบที่ต้องมีเป้าหมายเชิงผลลัพธ์ในทุกๆ ปี นั่นคือจุดกำเนิดของความวุ่นวายต่างๆ ทุกคนทำงานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตั้งเป้าเอาไว้ จนบางครั้งก้าวข้ามความเหมาะสม และเกินตัว จนนำไปสู่การกระทำที่ไม่ถูกต้อง กระทั่งกรณีล่าสุดของธนาคาร Wells Fargo ที่เป็นข่าวไปทั่วโลก นั่นก็เป็นหลักฐานที่แจ่มชัดให้เห็นถึงข้อบกพร่องของการทำงานโดยการกำหนดแต่เพียงเป้าหมายที่ผลลัพธ์เป็นหลัก โดยละเลยถึงเหตุปัจจัยของการได้มาซึ่งผลลัพธ์
ตามความเข้าใจของผม “เศรษฐกิจพอเพียง” ใช้หลักพุทธศาสนาที่สอนให้คนเราเพ่งความสนใจไปที่เหตุปัจจัย พยายามทำเหตุให้ดีที่สุด หากเหตุปัจจัยถูกต้องเสียแล้ว ผลลัพธ์ที่ดีจะตามมาเอง ไม่ต้องไปเร่ง ไปปั่น ในทางตรงข้าม หากเหตุปัจจัยไม่สมบูรณ์ ผลลัพธ์ที่ได้ ไม่ว่าจะใช้เล่ห์เหลี่ยมกลใด ยังไงก็ไม่ยั่งยืน
ผมอยากเห็นธุรกิจไทยหันมาใช้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงในการบริหารจัดการธุรกิจ หันมาให้ความสำคัญกับเหตุปัจจัยเป็นหลัก เปลี่ยนจากการตั้งเป้าที่ผล มาเป็นตั้งเป้าที่เหตุ เปลี่ยนจากการติดตามความคืบหน้าของผล มาเป็นความคืบหน้าของการพัฒนาและปรับปรุงเหตุปัจจัยต่างๆ เปลี่ยนจากการบริหารเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ มาเป็นการบริหารเหตุปัจจัยให้เหมาะสมและถูกต้อง
เมื่อเหตุปัจจัยพร้อมและสมบูรณ์ ผลลัพธ์จะมาอย่างก้าวกระโดดและยั่งยืน ผมเชื่อมั่นอย่างนั้น







