
จัดทีมสแกนโซเชียล 24 ชม.
“ประจิน” ย้ำพบเว็บหมิ่นให้แจ้งสายด่วน 1212 อย่ากดไลค์ กดแชร์ พร้อมเพิ่มกำลังคนติดตามโซเชียลตลอด 24 ชม.
“ประจิน” ย้ำพบเว็บหมิ่นให้แจ้งสายด่วน 1212 อย่ากดไลค์ กดแชร์ พร้อมเพิ่มกำลังคนติดตามโซเชียลตลอด 24 ชม.
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรักษาการ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวงดีอีได้ให้ความสำคัญอย่างเต็มที่กับการปราบปรามเว็บไซต์หมิ่นสถาบัน โดยได้ยกระดับหน่วยงานภายใต้กระทรวง จากระดับสำนักงานเป็นระดับกอง คือ กองป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ (ปท.) มีการเพิ่มกำลังคนเป็น 30 คน
นอกจากนี้ ยังเพิ่มกำลังคนที่ศูนย์ปฏิบัติการความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (CSOC) ซึ่งตั้งอยู่ที่บริษัท ทีโอที 28 คน รวมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) อีกจำนวน 60 คน เพื่อคอยติดตามตรวจสอบข้อความโซเชียลมีเดียที่ไม่เหมาะสมตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 26 ซึ่งระบุความผิดเกี่ยวกับเนื้อหาที่กระทบต่อความมั่นคง ยั่วยุ หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ หากเข้าข่ายความผิดดังกล่าว รัฐบาลสามารถปิดเว็บหมิ่นได้ทันที
“แม้ว่าบางฝ่ายอาจจะเห็นว่ากระทรวงไม่ได้ทำอะไรเลย แต่จริงๆ ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ แต่รัฐบาลไม่ต้องการให้ประชาชนถูกกระแสข่าวซ้ำเติมจิตใจไปมากกว่านี้ และไม่อยากให้ทุกอย่างออกไปในสื่อสาธารณะ จึงอยากให้เข้าใจว่า กระทรวงมีการทำงานต่อเนื่อง 24 ชม.” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวอีกว่า ขอความร่วมมือจากประชาชนที่พบเห็นเว็บไซต์หมิ่นสถาบัน ให้โทรแจ้งสายด่วน 1212 ตลอด 24 ชม. และอย่าได้กดไลค์ หรือกดแชร์ เพราะนอกจากเป็นการไม่บังควรแล้ว ยังเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ขอชี้แจงเพื่อให้ประชาชนจะได้ไม่ตกเป็นเครื่องมือทำผิดร่วมโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
ทั้งนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 14 ต.ค. พบเว็บหมิ่นสถาบัน 52 เว็บ และวันที่ 15 ต.ค. พบ 61 เว็บ โดยมีเว็บที่เป็นเครือข่ายย่อยอีก 5-6 เท่า โดยสามารถปิดกั้นได้ 35% ของเว็บที่ตรวจพบ ส่วนใหญ่เป็นเว็บในประเทศ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) เป็นอย่างดี แต่หากเป็นเว็บต่างประเทศ ต้องใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 โดยต้องตรวจสอบหาหลักฐาน
ส่งเรื่องมาให้รัฐมนตรีดีอีตรวจสอบ ลงนาม และขอหมายศาลแจ้งไปยังผู้ให้บริการในต่างประเทศ ซึ่งกระทรวงจะพยายามย่นระยะเวลาในการรวบรวมหลักฐานให้เร็วขึ้น จากเดิมที่ใช้เวลาราว 15 วัน
ขณะเดียวกัน ก็ได้ให้กระทรวงการต่างประเทศประสานงานกับทูตในประเทศต่างๆ อีกทาง เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี และได้รับแจ้งว่าถ้ามีคำสั่งของศาลกลับมาก็จะปิดให้







