
สั่งลดระบายน้ำ เขื่อนภาคกลางรอทำฝนหลวง
พล.อ.ฉัตรชัย สั่งปรับลดระบายน้ำในเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนป่าสักฯ พร้อมทำฝนหลวงเติมน้ำในเขื่อนที่มีน้ำน้อย
พล.อ.ฉัตรชัย สั่งปรับลดระบายน้ำในเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนป่าสักฯ พร้อมทำฝนหลวงเติมน้ำในเขื่อนที่มีน้ำน้อย
นายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ณ วันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาปริมาณน้ำได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง แม้ 2-3 วันที่ผ่านมาจะเกิดฝนตกในบริเวณลุ่มน้ำสะแกกรัง แต่ก็มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้ในการเตรียมการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนเจ้าพระยา ทาง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมชลประทานพิจารณาปรับลดการระบายน้ำในช่วงท้ายน้ำให้เกิดผลกระทบให้น้อยที่สุด ซึ่งได้ปรับลดปริมาณการระบายน้ำจาก 2,300 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที จนเหลือ 2,018 ลบ.ม./วินาที โดยจะบริหารจัดการน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา โดยนำน้ำเข้าสู่ระบบทั้งซ้าย-ขวา เพื่อนำเข้าไปเก็บในลำคลอง ทั้งคลองส่งน้ำและคลองระบายน้ำ เพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งต่อไป
นอกจากนี้ ก็ได้ลดการระบายน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์จากเดิมที่เคยระบายถึง 60 ล้าน ลบ.ม./วัน เหลือเพียง 35 ล้าน ลบ.ม./วัน ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มเก็บน้ำได้เป็นวันแรก ส่วนพื้นที่ที่เก็บเกี่ยวเสร็จแล้วในทุ่งของ จ.พระนครศรีอยุธยา ทางจังหวัดได้นำน้ำไปเก็บในทุ่งป่าโมกแล้ว ส่วนทุ่งบางบาลและทุ่งที่เหลือเกษตรกรขอเวลาเก็บเกี่ยวในวันที่ 20 ต.ค.อีกหนึ่งวัน หลังจากนั้นจะนำน้ำเข้าไปเก็บไว้ใช้ในฤดูแล้งต่อไป
ด้าน นายสุรสีห์ กิตติมณฑล รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2560 ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.จนถึงปัจจุบัน ได้ออกปฏิบัติการฝนหลวง 18 วัน ฝนตกทั้ง 18 วัน มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนทั้งหมด 1,390 ล้าน ลบ.ม. อย่างไรก็ตาม เขื่อนลำตะคอง เขื่อนลำพระเพลิง และเขื่อนปราณบุรี ยังมีปริมาณน้ำในเขื่อนค่อนข้างน้อย ซึ่งพล.อ.ฉัตรชัย ได้กำชับให้พิจารณาปรับแผนการดำเนินการอีกครั้ง
อย่างไรก็ดี ในส่วนเขื่อนปราณบุรีและเขื่อนบางลาง ยังมีปริมาณน้ำน้อยและมีความยากในการปฏิบัติการฝนหลวง เนื่องจากเป็นพื้นที่แคบและติดชายแดน จึงได้มีโครงการทำจรวดฝนหลวง โดยคาดว่าในปี 2560 จะทดลองนำมาใช้ได้







