
เสด็จประพาสอาเซียน
จะต้องจรดปากกาเขียนบทความในขณะที่หัวใจยังเต็มไปด้วยความเศร้าโศก จึงขอเขียนสิ่งที่เชื่อมโยงกับหนึ่งในพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถือว่าพระองค์ทรงเป็นผู้เชื่อมโยงประเทศแถบอาเซียนกับประเทศไทยมาเนิ่นนาน
จะต้องจรดปากกาเขียนบทความในขณะที่หัวใจยังเต็มไปด้วยความเศร้าโศก จึงขอเขียนสิ่งที่เชื่อมโยงกับหนึ่งในพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถือว่าพระองค์ทรงเป็นผู้เชื่อมโยงประเทศแถบอาเซียนกับประเทศไทยมาเนิ่นนาน
ประเทศในอาเซียนประเทศแรกที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จประพาสนั่นคือ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 18-21 ธ.ค. 2502 เสด็จประพาสตามคำกราบบังคมทูลเชิญของประธานาธิบดี โงดินห์เดียม
ตามด้วยปีต่อมาคือ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 8-16 ก.พ. 2503 ประชาชนชาวอินโดนีเซีย เฝ้าฯ รับเสด็จและถวายการต้อนรับระหว่างทางจากสนามบินไปสู่ที่ประทับ ณ พระราชวังเนการา
สหภาพพม่า (หรือสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาในปัจจุบัน) พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จประพาสสหภาพเมียนมา ระหว่างวันที่ 2-5 มี.ค. 2503 ในโอกาสนี้ประธานาธิบดี อูวินหม่อง นำเสด็จพระราชดำเนินไปนมัสการพระเจดีย์ชเวดากอง
วันที่ 16 มิ.ย. 2503 เสด็จประพาสมาเลเซีย ระหว่างนั้นทรงเปิดการโทรศัพท์ติดต่อทางไกลระหว่างไทยกับมาเลเซีย เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2503 หลังจากนั้น ฐิตินันทน์ ณ ระนอง เอกอัครราชทูตไทยประจำมาเลเซียทดลองโทรศัพท์ถึง ผวจ.สงขลา ที่ อ.หาดใหญ่ ขณะที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชประทับคู่กับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ตนกู อับดุล ราห์มัน
สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 9-14 ก.ค. 2506 และประเทศที่ 6 และนับเป็นประเทศที่พระองค์ท่านเสด็จประพาสต่างแดนครั้งสุดท้าย คือ สปป.ลาว ในวันที่ 8-9 เม.ย. 2537 โดยถือว่าเป็นการเสด็จฯ เป็นกรณีพิเศษหลังว่างเว้นเกือบ 30 ปี เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จฯ พร้อม สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเสด็จไปทรงเป็นประธานในพิธีเปิดสะพานมิตรภาพแห่งที่ 1 ในวันที่ 8 เม.ย. 2537
ดังนั้นจะเห็นได้ว่า พระองค์ท่านทรงมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล แม้กระทั่งในด้านการต่างประเทศ
นอกจากนั้น แนวทางพระราชดำริด้านเศรษฐกิจพอเพียงนั้น นอกจากจะเป็นแนวทางที่เหมาะกับการดำเนินชีวิตของชาวไทยแล้ว ประเทศเพื่อนบ้านของเราก็สามารถนำไปศึกษาและใช้ได้ เพราะเป็นประเทศที่มีพื้นฐานสังคมคล้ายคลึงกัน และเหมาะสมกับประเทศที่เพิ่งเปิดประเทศอย่าง CLMV ที่จะไม่ไปหลงกับระบบทุนนิยม
การประชุมสหประชาชาติสมัยสามัญ ครั้งที่ 7 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา โดยเป็นปีแรกที่สหประชาชาติได้ประกาศเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDG) โดยมีเป้าหมายที่ปี 2030 นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ได้นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกล่าวถ้อยแถลง จึงเป็นที่มาของ SEP for SDG (Sufficiency Economy for Sustainable Development Goals)
ข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความไว้อาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ข้าพระพุทธเจ้า นางชาลอต โทณวณิก
อ้างอิงข้อมูลจาก http://www.prdnorth.in.th/The_King/







