posttoday
อาหารสุขภาพในญี่ปุ่น

อาหารสุขภาพในญี่ปุ่น

19 ตุลาคม 2559

จากผลการสํารวจเกี่ยวกับตลาดอาหารเพื่อสุขภาพ โดย Yano Reserch Institute Ltd. ซึ่งคํานวณจากยอดการจัดส่งสินค้าของบริษัทผู้ผลิต พบว่าในปี 2557 มูลค่าตลาดอาหารเพื่อสุขภาพของประเทศญี่ปุ่นเท่ากับ  7.2 แสนล้านเยน หรือประมาณ 2.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2% เทียบกับปีก่อน ส่วนปี 2558 มูลค่าตลาดเท่ากับ 7.46 แสนล้านเยน หรือประมาณ 2.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% เทียบกับปีก่อน และสำหรับปี 2559 คาดว่ามูลค่าตลาดจะเท่ากับ 7.8 แสนล้านเยน หรือประมาณ 2.6 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% เทียบกับปีก่อน

จากผลการสํารวจเกี่ยวกับตลาดอาหารเพื่อสุขภาพ โดย Yano Reserch Institute Ltd. ซึ่งคํานวณจากยอดการจัดส่งสินค้าของบริษัทผู้ผลิต พบว่าในปี 2557 มูลค่าตลาดอาหารเพื่อสุขภาพของประเทศญี่ปุ่นเท่ากับ  7.2 แสนล้านเยน หรือประมาณ 2.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2% เทียบกับปีก่อน ส่วนปี 2558 มูลค่าตลาดเท่ากับ 7.46 แสนล้านเยน หรือประมาณ 2.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% เทียบกับปีก่อน และสำหรับปี 2559 คาดว่ามูลค่าตลาดจะเท่ากับ 7.8 แสนล้านเยน หรือประมาณ 2.6 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% เทียบกับปีก่อน

ทั้งนี้ การคาดการณ์ในปี 2559 ที่ระบุว่ามูลค่าตลาดอาหารเพื่อสุขภาพในญี่ปุ่นจะขยายตัว 4.6% เนื่องจากสินค้าที่ได้รับอนุญาตให้ติดฉลากอาหารที่มีการแสดงคุณสมบัติของสารอาหารจาก Consumer Affairs Agency หรือสํานักงานคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศญี่ปุ่นมีจํานวนเพิ่มขึ้น จึงทำให้ตลาดขยายตัวมากขึ้น เพราะผู้บริโภคมีความมั่นใจต่ออาหารเพื่อสุขภาพ

สำหรับช่องทางการจำหน่ายของอาหารเพื่อสุขภาพในญี่ปุ่น พบว่าการจำหน่ายผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตแม้จะมีแนวโน้มขยายตัวไม่มาก แต่ก็ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ส่วนช่องทางจำหน่ายผ่านร้านค้า พบว่าช่องทางจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับยา  ซึ่งมีร้านประเภท Drug Store เป็นช่องทางหลักมีแนวโน้มขยายตัวดี โดยเฉพาะในปี 2558 ซึ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวมีความต้องการสินค้าประเภทนี้สูง และปี 2559 คาดว่าตลาดจะขยายตัวต่อเนื่องจากสินค้าที่ติด “ฉลากอาหารที่มีการแสดงคุณสมบัติของสารอาหาร” เริ่มออกจําหน่ายสู่ท้องตลาดมากขึ้น

การที่ร้าน Drug Store วางจําหน่ายสินค้าประเภทนี้อย่างหลากหลาย และการทุ่มโฆษณาของแบรนด์ดังทําให้ยอดจำหน่ายพุ่งตามไปด้วย ดังนั้นจึงคาดการณ์ว่าช่องทางจำหน่ายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับยาจะขยายตัวอย่างมาก โดยมีสินค้าที่ติดฉลากอาหารที่แสดงคุณสมบัติของสารอาหารเป็นสินค้าหลัก โดยข้อมูลของสารานุกรมธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ (Kenko Shokuhin Business Daijiten) ได้จัดอันดับยอดจำหน่ายสินค้าประเภทอาหารเพื่อสุขภาพปี 2556 พบว่าบริษัท Suntory Wellness Limited ขึ้นครองอันดับ 1 ในปีนั้น และยังมีแบรนด์ที่มักพบเห็นในโฆษณาโทรทัศน์และเว็บไซต์จำหน่ายสินค้าออนไลน์ในประเทศญี่ปุ่นติดอันดับอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีว่าชาวญี่ปุ่นเป็นชนชาติที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพ ทำให้ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพของญี่ปุ่นมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากการใส่ใจในเรื่องสุขภาพแล้ว ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นยังให้ความสนใจเกี่ยวกับคุณสมบัติของสารอาหาร ทำให้ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม อาหารเพื่อสุขภาพและความงาม หรือที่ญี่ปุ&O3237;นเรียกว่ากลุ่ม “Inner Beauty” ซึ่งรวมถึง Super Food ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน

นอกจากนี้ อาหารที่เกี่ยวข้องกับ Japanese Super Food ก็เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งอาหารเพื่อสุขภาพดั้งเดิมของญี่ปุ่น เช่น เต้าเจี้ยว ชาเขียว  ธัญพืช น้ำส้มสายชู อาหารหมัก ฯลฯ จึงทําให้กระแส Japanese Super Food มาแรงในปีนี้

อย่างไรก็ดี มีการประเมินว่าตลาดอาหารเพื่อสุขภาพเหล่านี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่วงการอาหารเท่านั้น แต่กำลังบุกเข้าไปวงการความงามด้วย

จากการวิเคราะห์ของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ กรุงโตเกียว ประเมินว่าอาหารเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกที่มีศักยภาพของไทย นอกจากน้ำมันมะพร้าวแล้ว ประเทศไทยยังมีสินค้าที่สามารถจัดอยู่ในหมวด Super Food ได้อีกมากมาย ซึ่งแผนบุกตลาดในญี่ปุ่น สิ่งสําคัญคือการทําประชาสัมพันธ์ เพื่อโน้มน้าวผู้บริโภคและสร้างความเชื่อมั่นของผลที่ได้รับจากการรับประทาน จึงจำเป็นต้องวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด โดยเฉพาะสินค้าที่เข้าตลาดญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก จําเป็นต้องทำให้สื่อญี่ปุ่นสนใจในตัวสินค้า และเข้าใจสินค้าก่อน เพื่อเผยแพร่ข้อมูลต่อผู้บริโภคได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ หลักฐานทางวิทยาศาสตร&O3246;และเครื่องหมายรับรองคุณภาพที่เป็นสากล ยังมีส่วนช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคญี่ปุ่น

สุดท้าย การที่รัฐบาลญี่ปุ่นได้นํามาตรการฉลากอาหารที่มีการแสดงคุณสมบัติของสารอาหาร หรือ Food with Function Claims มาใช้ตั้งแต่เดือน เม.ย. 2558 ซึ่งหากสินค้ามีฉลากอาหารที่แสดงคุณสมบัติของสารอาหาร จะช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ ดังนั้นผู้ประกอบการไทยที่ต้องการส่งออกสินค้าอาหารเพื่อสุขภาพไปตลาดญี่ปุ่น จึงควรปฏิบัติตามมาตรการที่ออกมา ซึ่งเป็นแนวโน้มของผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น เพราะจะเป็นโอกาสที่สินค้าอาหารเพื่อสุขภาพของไทยจะบุกเข้าไปสู่ตลาดญี่ปุ่นได้มากขึ้น

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า