posttoday
ซื้อ LTF กันหรือยัง

ซื้อ LTF กันหรือยัง

19 ตุลาคม 2559

โดย...วีระพล บดีรัฐ

โดย...วีระพล บดีรัฐ

ปลายปีของทุกปี หนีไม่พ้นคำถามเรื่องการซื้อกองทุนประหยัดภาษี โดยเฉพาะ LTF

ซื้อกองทุนไหนดี ซื้อเท่าไหร่ดี หรือซื้อ LTF หรือ RMF หรือ ซื้อประกันดีกว่ากัน

ไม่ว่าคำถามจะเป็นเช่นไร ทุกคนควรเข้าใจก่อนในเบื้องต้นคือ การลงทุนในกองทุน LTF หรือกองทุนรวมหุ้นระยะยาวนั้น ผู้ลงทุนกำลังลงทุนในกองทุนที่มีความเสี่ยงในระดับสูง เรียกว่าต้องยอมรับความเสี่ยงได้ในระดับเดียวกับการซื้อกองทุนรวมหุ้นกันเลยทีเดียว

ข้อสังเกตที่ผมพบจากผู้ลงทุนที่มาปรึกษา รวมถึงมาเข้ารับการอบรมที่ K-Expert Center มีคนจำนวนไม่น้อยที่ลงทุนผ่านกองทุน LTF โดยไม่รู้ว่าได้ลงทุนในกองทุนที่นำเงินของตนไปลงทุนในหุ้น ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เพราะคนส่วนใหญ่กำลังจดจ่อกับความพยายามประหยัดภาษี การทำความเข้าใจกองทุนจึงน้อยไปหน่อย แต่ที่สำคัญคือ ความไม่เข้าใจว่ากองทุน LTF นั้นลงทุนในหุ้น หากเกิดอะไรขึ้นกับตลาดหุ้นก็มีโอกาสที่จะทำให้ผู้ลงทุนนั้นเป็นทุกข์ อันเกิดจากลงทุนไปเกินกว่าระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ก็เป็นได้

เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ตามที่ควรจะเป็น ผมจึงขอคัด 7 ข้อเตือนใจ ก่อนชวนลงทุนใน LTF ดังนี้

1.เสี่ยงเสมือนลงทุนในหุ้น ถ้ารับความเสี่ยงด้านราคาของตลาดหุ้นไม่ได้ ต่อให้อยากประหยัดภาษีแค่ไหนก็ไม่ควรลงทุน และ LTF แต่ละกองก็มิได้มีความเสี่ยงเท่ากัน กองทุนลงทุนในหุ้นขนาดเล็ก จะมีความเสี่ยงมากกว่ากองทุนที่ลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ หรือกองทุนที่เป็น Index Fund หรือกองทุนดัชนี ก็จะมีความเสี่ยงต่ำกว่ากองทุนที่ใช้นโยบายบริหารกองทุนแบบ Active

2.มีเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาการลงทุน (กรณีซื้อตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป) ผู้ลงทุนต้องถือไปอย่างน้อย 7 ปีปฏิทิน วิธีนับคือ นับปีที่ซื้อเป็นปีที่ 1 และขายได้ ณ ปีที่ 7 ส่วนเมื่อถึงกำหนดขายได้โชคร้ายหุ้นตก ก็ไม่มีใครบังคับให้ขายออกจะถือรอไปอีกหน่อยก็ไม่มีใครว่า

3.ไม่ใช่ทุกกองทุน LTF จะจ่ายปันผล ต้องอ่านข้อมูลใน Fund Fact Sheet ให้ดีๆ ว่ากองที่กำลังจะซื้อนั้นจ่ายปันผลหรือไม่ ถ้าไม่ต้องการปันผลก็เลือกกองที่ไม่จ่ายปันผล ถ้าต้องการก็เลือกให้ถูกต้อง กองที่จ่ายปันผลหรือไม่จ่ายปันผลไม่ได้หมายความว่าเป็นกองที่ดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับผู้ลงทุนว่าต้องการเงินปันผลหรือไม่ต่างหาก

4.LTF ไม่เหมือน RMF เงื่อนไขหลายอย่างไม่เหมือนกัน อย่าสับสน เช่น LTF ลงในหุ้น มีความเสี่ยงแบบหุ้น กองทุน RMF ลงทุนได้ตั้งแต่ตราสารทางการเงินความเสี่ยงต่ำมากๆ ใกล้เคียงเงินฝาก ไปจนถึงความเสี่ยงสูงมากๆ เช่น ทองคำ จะลงทุนในอะไรให้ดูข้อมูลดีๆ และ RMF มีเงื่อนไขเรื่องอายุผู้ลงทุน ณ ขณะที่ขาย และระยะเวลาที่ต้องลงทุนต่อเนื่อง ข้อนี้ LTF ไม่มี ห้ามจำสลับกัน ถ้าไม่มั่นใจก็สอบถามผู้ขายหรือถามผู้รู้

5.เงินลงทุน LTF นำมาลดหย่อนภาษีได้ คือ ไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมินทั้งหมด และต้องไม่เกิน 5 แสนบาท นั่นคือ มีเงินได้ 10 ล้านบาท 15% เท่ากับ 1.5 ล้านบาท ก็นำมาลดหย่อนภาษีได้แค่ 5 แสนบาท ดังนั้น ไม่ต้องซื้อเกินสิทธิ ถ้าอยากลงทุนมากให้นำส่วนเกินไปซื้อกองทุนรวมหุ้นธรรมดาดีกว่า ไม่ต้องติดเงื่อนไข 7 ปี

6.LTF คือ กองทุนรวมเพื่อให้สิทธิผู้ลงทุนนำไปลดหย่อนภาษี ถ้าไม่มีเงินได้ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษี ก็ไม่ต้องไปซื้อ ไปลงทุนกองทุนรวมหุ้นธรรมดา ดีกว่า

7.ถ้าฐานภาษีต่ำ ต้องชั่งใจดีๆ ว่าการลงทุนนี้จะคุ้มเสี่ยงไหม เนื่องจากกองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้น สามารถขาดทุนได้ 35% (ซึ่งเป็นอัตราฐานภาษีสูงสุดที่ผู้ลงทุนจะประหยัดได้) หรือเกินกว่านี้ ดังนั้น ผู้ลงทุนที่มีฐานภาษี 5-10% ต้องชั่งน้ำหนักให้ดีๆ ว่า การได้ผลประโยชน์ทางภาษีเพียง 5-10% จะคุ้มความเสี่ยงที่อาจขาดทุนได้มากกว่าที่ได้ประโยชน์ทางภาษีไหม ถ้าเข้าใจข้อนี้แล้วคิดว่าคุ้มก็ลงทุนได้เลย

นี่เป็นเพียงข้อเตือนใจที่ผมมักใช้ในการพูดคุยหรือยกขึ้นมาเป็นประเด็นสนทนาเกี่ยวกับการลงทุนใน LTF กับผู้ที่ขอความเห็นและซักถามเมื่อยามจะตัดสินใจเริ่มต้นลงทุนในกองทุนรวมเพื่อประหยัดภาษีนี้ ซึ่งในความเป็นจริง ผู้ที่ลงทุนอยู่แล้ว ยังมีปัญหาหลังจากลงทุนไปแล้วได้อีกมากมาย ทั้งปัญหาเรื่องการขาย ปัญหาลงทุนแล้วไม่ได้ใช้สิทธิ ปัญหาทำผิดเงื่อนไขแล้วต้องทำอย่างไร ฯลฯ หากท่านยังมีข้อสงสัย สอบถามมาได้ที่ e-mail: [email protected] หรือเข้ามาปรึกษากับที่ปรึกษาของเราได้ฟรีที่ K-Expert Center จามจุรีแสควร์ชั้น 2

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท