
อึ้งบิ๊กธอส. จ่อหลุดคดี
ปปช.ฟ้องทุจริตหมดอายุความ25นี้
โพสต์ทูเดย์
— อดีตบิ๊ก ธอส. ส่อหลุดคดีทุจริตใช้อำนาจปล่อยกู้บ้านจัดสรรช่วยเมีย หลังคดีหมดอายุความ 25 ส.ค.นี้นายวัยวุฒิ หล่อตระกูล รองอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า อัยการได้แจ้งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นำตัวนายศักดา ณรงค์ หรือนายศักดาพินิจ ณรงค์ชาติโสภณ อดีตรองกรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กับพวก 34 คน ในคดีร่วมกันทุจริตปล่อยเงินกู้ให้แก่โครงการบ้านจัดสรรของภรรยาตัวเอง และสั่งเพิ่มราคาที่ดินบ้านจัดสรรในการค้ำประกันที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากได้พิจารณาสำนวนการสอบสวนแล้วเห็นว่ามีพยานหลักฐานครบถ้วนสมบูรณ์ แต่คดีจะขาดอายุความในวันที่ 25 ส.ค.นี้
นายวัยวุฒิ กล่าวว่า หาก ป.ป.ช.ไม่สามารถติดตามตัวนายศักดากับพวกมาฟ้องวันที่ 25 ส.ค.นี้ คดีก็จะขาดอายุความ คดีจะเป็นอันยุติ ทำอะไรผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้ และหากยื่นฟ้องไปศาลก็พิพากษายกฟ้องอยู่ดี จึงเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่จะส่งตัวผู้ถูกกล่าวหาให้กับอัยการ
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ขณะนี้ยังหาตัวนายศักดาไม่ได้
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2552 ป.ป.ช.มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า นายศักดา หรือนายศักดาพินิจ มีความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง และมีความผิดทางอาญาฐานเป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ข้อกล่าวหาที่ 1 อนุมัติสินเชื่อให้แก่โครงการบ้านจัดสรรสุวินทวงศ์ซึ่งมีภรรยาของนายศักดาพินิจเป็นเจ้าของ โดยในปี 25312539 นายศักดาหรือนายศักดาพินิจ และภรรยา ได้รวบรวมและจัดซื้อที่ดินที่ ต.กระทุ่มราย อ.หนองจอก กทม. แล้วจัดทำเป็นโครงการสุวินทวงศ์ สวีทโฮม โดยแบ่งแยกที่ดินออกขาย
จากนั้น นายศักดาพินิจในฐานะผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธอส. มีหน้าที่ควบคุม กำกับ ดูแล พิจารณากลั่นกรองงานด้านสินเชื่อฝ่ายกิจการสาขาภูมิภาค ได้เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น โดยนำบุคคลที่ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินแทนตนและบุคคลที่ซื้อบ้านในโครงการสุวินทวงศ์ สวีทโฮม เข้าขอกู้เงินสินเชื่อจาก ธอส. โดยนำที่ดินที่มีการแบ่งแยกออกเป็นหลายโฉนดมาจำนองเป็นหลักประกันการกู้เงินรอบแรกมี 8 ราย เป็นเงินทั้งสิ้น 51.8 ล้านบาท รอบ 2 มีจำนวน 53 ราย อนุมัติเงินกู้รวมเป็นเงิน 77.9 ล้านบาท ถือว่าไม่ปฏิบัติตามระเบียบคำสั่ง หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขของ ธอส. อีกทั้งมีการประเมินราคาหลักทรัพย์สูงกว่าความเป็นจริง
ข้อกล่าวหาที่ 2 กล่าวหาว่าอนุมัติสินเชื่อให้แก่โครงการหัวแหวนคันทรีวิลล์โดยไม่ชอบ โดยโครงการหัวแหวนคันทรีวิลล์ ตั้งอยู่ที่ อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา เป็นโครงการจัดสรรที่ดินพร้อมปลูกสร้างอาคารและที่ดินเปล่า ได้รับการพิจารณาเงินกู้จาก ธอส.ในราคาตารางวาละ 1,500 บาท แต่เจ้าของขอให้พิจารณาราคาใหม่ ธนาคารยังคงยืนยันที่ราคาตารางวาละ 1,500 บาท ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2539 นายศักดาพินิจได้ร่วมกับพนักงานธนาคารด้านสินเชื่อพิจารณาและลงนามอนุมัติราคาที่ดินให้ในราคาตารางวาละ 2,500 บาท ทั้งๆ ที่ทราบดีแล้วว่า ธอส.ได้ตีราคาที่ดินเปล่าในราคาตารางวาละ 1,500 บาท การลงนามอนุมัติราคาที่ดินของนายศักดาพินิจเป็นการกระทำที่ไม่มีอำนาจ และขัดคำสั่งธนาคาร การกระทำดังกล่าวทำให้ ธอส.ต้องจ่ายเงินกู้ให้แก่ลูกค้าโครงการหัวแหวนคันทรีวิลล์โดยมิชอบ 552 ราย เป็นเงินทั้งสิ้น 105 ล้านบาท และภายหลัง ธอส.ต้องดำเนินคดีกับลูกค้า 302 ราย คิดเป็น 54% เป็นเหตุให้ ธอส.ได้รับความเสียหาย
&<2288;
คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่า การกระทำของนายศักดาพินิจกับพวก มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง และมีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 11
&<2288;
ส่วนข้อกล่าวหาที่ 3
– 5 นัน้ จากการไต่สวนข้อเท็จจริงไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่านายศักดาพินิจ กับพวก กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาจึงมีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป&<2288;
ให้ส่งรายงาน เอกสาร และความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อพิจารณาโทษทางวินัยและไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้ องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 92และมาตรา 97 แล้วแต่กรณี ต่อไป







