
อาเซียนแห่เรียนอาชีพดิจิทัล
ชาติอาเซียนแห่เรียนนิวซีแลนด์ ชี้ระบบการศึกษาไทย ไม่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน
โพสต์ทูเดย์ - ชาติอาเซียนแห่เรียนนิวซีแลนด์ ชี้ระบบการศึกษาไทย ไม่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน
นายเบน คิง เอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีชาวต่างชาติเข้าไปศึกษาต่อในประเทศนิวซีแลนด์ ปีละไม่ต่ำกว่า 1.24 แสนคน/ปี ประเทศไทยเป็นอันดับ 5 รองจาก จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลี มีประชาชนเข้าไปศึกษาต่อปีละประมาณ 3,300 คน สูงสุดในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งการศึกษาในนิวซีแลนด์มีตั้งแต่ระดับมัธยม อาชีวศึกษา มหาวิทยาลัย
“การศึกษาในนิวซีแลนด์ เน้นความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้ ประสบการณ์นอกห้องเรียน โดยมีสถาบันวิจัยที่สามารถนำไปพัฒนาต่อในเชิงพาณิชย์ รวมถึงศูนย์พัฒนาธุรกิจสตาร์ทอัพและฟินเทค” นายเบน กล่าว
นางนพวรรณ จุลกนิษฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจุบันระบบการศึกษาไทยไม่สมดุลกับตลาดแรงงาน เนื่องจากผู้ที่จบการศึกษาขาดประสบการณ์ในการทำงาน เมื่อจบการศึกษาแล้วจึงไม่สามารถทำงานได้ทันที ขณะเดียวกัน ส่วนใหญ่จะเน้นเรียนด้านสังคมศาสตร์ แต่ความต้องการของตลาดแรงงานอยู่ที่ด้านวิทยาศาสตร์และช่างฝีมือเป็นหลัก ซึ่งครอบครัวไทยส่วนใหญ่ไม่สนับสนุนให้เรียนด้านอาชีวศึกษา
ทั้งนี้ การที่ประเทศไทยจะก้าวสู่ยุค 4.0 การเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นสิ่งจำเป็น รวมทั้งการเรียน ฝึกทักษะด้านภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษต้องฝึกให้เป็นภาษาที่ 2 มีหลายองค์กรต้องการคนที่สื่อสารได้ เพราะมีต่างชาติเข้ามาลงทุนมากขึ้น รวมถึงภาษาที่ 3 จีนและญี่ปุ่น ก็จะขาดแคลนเช่นเดียวกัน
นายฉัตรชัย ธนาฤดี นายกสมาคมนักเรียนเก่านิวซีแลนด์ กล่าวว่า ปัจจุบันองค์ความรู้ที่ธุรกิจต้องการ คือ มองหาผู้มีประสบการณ์ รู้จักใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะโลกยุคใหม่ที่อาศัยดิจิทัลในการขับเคลื่อนธุรกิจ การผสมผสานดิจิทัลกับการตลาด เทคโนโลยีกับการเงิน หรือฟินเทค หรืออินชัวร์เทค
“จากประสบการณ์การเรียนที่นิวซีแลนด์ การศึกษาจะเน้นพัฒนาด้านความคิดสร้างสรรค์ สอดคล้องกับนโยบายประเทศ 4.0 ที่สำคัญการเรียนการสอนที่นิวซีแลนด์นั้นฝึกให้คิดและทำงานเป็นทีม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการทำงานยุคใหม่ และต้องสามารถคิดเชื่อมต่อ หรือมีคอนเนคทิวิตี้กับโลก รวมถึงการมองอนาคต” นายฉัตรชัย กล่าว







