posttoday
ในหลวงพัฒนาเกษตร จากฟ้าถึงดิน

ในหลวงพัฒนาเกษตร จากฟ้าถึงดิน

17 ตุลาคม 2559

โครงการฝนหลวงถือเป็นโครงการพระราชดำริส่วนพระองค์ ที่ทรงเห็นความทุกข์ของประชาชนที่ประสบปัญหาความแห้งแล้ง

โดย...สิทธิณี ห่วงนาค

โครงการฝนหลวงถือเป็นโครงการพระราชดำริส่วนพระองค์ ที่ทรงเห็นความทุกข์ของประชาชนที่ประสบปัญหาความแห้งแล้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันจันทร์ที่ 14 พ.ย. 2498 จึงรับสั่งให้ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล เข้าเฝ้าฯ และพระราชทานความคิดในการทำฝนเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือประชาชน

จากนั้นตลอดระยะเวลา 14 ปี พระองค์ได้ศึกษาและทดลอง และพระราชทานข้อมูลให้ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ จนกระทั่งสามารถทดลองได้จริงเป็นครั้งแรกเมื่อเดือน ก.ค. 2512 จนปี 2516 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ได้พระราชทานให้เป็นตำราฝนหลวง “ก่อกวน เลี้ยงให้อ้วน และโจมตี” กรรมวิธีทำฝนหลวง 6 ขั้นตอน ใน 1 หน้ากระดาษ

ทั้งนี้ ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาตั้งสำนักงานปฏิบัติการฝนหลวงขึ้นเมื่อ 21 ก.ย. 2518 และยกฐานะเป็นกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เมื่อ 24 ม.ค. 2556

สุรสีห์ กิตติมณฑล รักษาการอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า บทบาทของกรมที่เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศนั้น ถือว่าพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่หาที่เปรียบไม่ได้ ทั้งความเมตตา วิริยอุตสาหะ ซึ่งงานการทำฝนหลวงนั้นเป็นงานที่ยากเพราะบังคับธรรมชาติไม่ได้ แต่เมื่อประชาชนได้รับผลกระทบจากความแห้งแล้ง ก็ต้องหาทางช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ ที่ทรงใช้เวลาถึง 14 ปี ในการคิดค้นเรื่องฝนหลวง

“ถามว่าเป็นมนุษย์ธรรมดาแบบเรา หากทำงานวิจัยสักเรื่อง ทำไปสักระยะคงหมดความอดทน ทั้งที่ท่านทรงมีงานหลากหลาย ทั้งน้ำ ดิน และงานเกษตร เพราะประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศเป็นเกษตรกร แต่ก็ทรงทุ่มเทจน 14 ปี ได้ตำราฝนหลวง ถือเป็นแนวทางปฏิบัติมาทุกวันนี้ และต่อจากนั้นจึงได้มีการตั้งกรมฝนหลวงและการบินเกษตร"

แม้ในยามที่ทรงพระชราและเจ็บป่วย ในปี 2558 เกิดวิกฤตภัยแล้ง ได้โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งศูนย์ฝนหลวงพิเศษขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้เห็นว่าแม้จะไม่แข็งแรงก็ยังไม่ทอดทิ้งประชาชน และพระองค์ทรงห่วงใยประชาชน ทรงติดตามมาตลอด จึงกล่าวได้ว่าเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงพระอัจฉริยภาพที่หาไม่ได้อีกแล้ว

แกล้งดินเพื่อประชาชน

สุรเดช เตียวตระกูล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า โครงการแกล้งดินเป็นพระราชกรณียกิจด้านดิน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนไทย โดยมีพระราชดำริให้จัดตั้งศูนย์การศึกษาพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้ง 6 แห่ง เป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาของดิน เช่น ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ ต้นแบบของการฟื้นฟูดินตามธรรมชาติ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ แก้ปัญหาดินเปรี้ยว ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ เป็นแหล่งให้กำเนิดชีวิตของสัตว์และพืช มีปัญหาของดินเค็ม ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ เป็นดินกรวดแห้งแล้งและมีปัญหาการบริหารต้นน้ำลำธาร ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ เป็นดินทราย เค็ม ขาดน้ำ เป็นปัญหาของการจัดการดินและน้ำของภาคอีสาน และศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายฯ เป็นปัญหาของดินเสื่อมโทรม เป็นดินทรายที่มีแร่ธาตุน้อย เป็นดินกรด

พระราชกรณียกิจในด้านดิน ทั่วโลกให้การยอมรับ และที่ประชุม World Congress of Soil Science ครั้งที่ 19 ที่เครือรัฐออสเตรเลีย มีมติเห็นสมควรขอพระราชทานพระราชวโรกาสทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม (Humanitarian Soil Scientist) แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณให้เป็นที่ประจักษ์โดยทั่วกัน และมีมติให้วันที่ 5 ธ.ค.ของทุกปีเป็นวันดินโลก

ชลประทานงานเพื่อแผ่นดิน

ชลิต ดำรงศักดิ์ อดีตอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ จะทรงติดตามงานของกรมชลประทานอย่างใกล้ชิด และให้กรมถวายผลการปฏิบัติงานบ่อยๆ เพื่อทราบสถานการณ์ และพระราชทานแนวคิดและแนวทางแก้ไข

ทั้งนี้ โครงการสำคัญที่ทรงให้ไว้กับประชาชนคนไทย คือ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่ทรงเห็นว่าน้ำในแม่น้ำป่าสักมีฝนปีมาก ประมาณ 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ควรจะมีเครื่องมือมาบริหารน้ำเพื่อช่วยเหลือการเกษตร กรมชลประทานจึงได้มีโครงการนี้ขึ้น เพื่อเป็นการเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา

โครงการถือเป็นโครงการที่มีคุณูปการกับคนจำนวนมาก แต่คนทั่วไปไม่ค่อยรับรู้ คือ เป็นแหล่งน้ำต้นทุนของพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง ช่วยไล่น้ำเค็ม รักษาระบบนิเวศ และช่วยหน่วงน้ำเพื่อลดผลกระทบจากอุทกภัยของพื้นที่ ตั้งแต่ จ.พระนครศรีอยุธยา ลงมา

“ทรงรับสั่งเมื่อปี 2543 ว่าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เปิดใช้มา 1 ปีก็คุ้มแล้ว" ชลิต กล่าว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ