posttoday
โรดโชว์นิคมอุตสาหกรรม ดึงการลงทุนทั่วโลก

โรดโชว์นิคมอุตสาหกรรม ดึงการลงทุนทั่วโลก

17 ตุลาคม 2559

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้จัดทำการนิคมอุตสาหกรรมยางพารา หรือรับเบอร์ซิตี้ จ.สงขลา แห่งใหม่

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้จัดทำการนิคมอุตสาหกรรมยางพารา หรือรับเบอร์ซิตี้ จ.สงขลา แห่งใหม่ เพื่อส่งเสริมให้นักลงทุนในประเทศ บริษัทขนาดใหญ่ นักธุรกิจต่างประเทศ รวมถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้ามาลงทุนในพื้นที่ รวมทั้งยังมีโครงการในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมหลายแห่ง เพื่อดึงดูดการลงทุน และกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจภาคใต้ และทำให้อุตสาหกรรมไทยขยายตัวได้ดีอย่างมั่นคงในระยะยาว

“วีรพงศ์ ไชยเพิ่ม” ผู้ว่าการ กนอ. เปิดเผยว่า กนอ.และรัฐบาลบาลมีโครงการส่งเสริมการลงทุนหลายโครงการ ทั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ จ.สระแก้ว, แม่สอด จ.ตาก และสะเดา จ.สงขลา ที่กำลังเชิญชวนให้นักลงทุนเข้าไปลงทุนในพื้นที่ โดย จ.สระแก้ว มีพื้นที่รวมประมาณ 660 ไร่ คาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการต้นปี 2560 การลงทุนในคลัสเตอร์ที่รัฐบาลสนับสนุน รวมถึงมีโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนผ่านโครงการประชารัฐ

รวมถึงการลงทุนในเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งภาคเอกชนมีพื้นที่พร้อมรองรับนักลงทุนจำนวน 1.5 หมื่นไร่ และเป็นที่ของหน่วยงานภาครัฐ รวมถึง กนอ.จะจัดหาจำนวน 1.5 หมื่นไร่ รวมแล้วมีพื้นที่รองรับการลงทุนใหม่จำนวนรวม 3 หมื่นไร่ รองรับการลงทุนในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า ที่ภาครัฐประเมินว่าจะมีภาคเอกชนเข้ามาลงทุนเป็นเวลา 5 ปี วงเงินประมาณ 5 แสนล้านบาท ดังนั้นจะส่งผลให้มีการลงทุนใหม่ในภาคตะวันออกที่สูงขึ้น

ปัจจุบัน กนอ.มีเขตนิคมอุตสาหกรรมที่ได้ดูแลจำนวนรวม 54 แห่ง พื้นที่รวมใน 15 จังหวัดของประเทศไทย ครอบคลุมทั้งคลัสเตอร์ปิโตรเคมี และโรงกลั่นน้ำมัน คลัสเตอร์ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ อัญมณีและเครื่องประดับ และกลุ่มการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ (แพ็กเกจจิ้ง) สำหรับพื้นที่ภาคใต้ที่เป็นเศรษฐกิจสำคัญของไทย ที่มีทั้งการดำเนินการสร้างการนิคมอุตสาหกรรมยางพารา หรือรับเบอร์ซิตี้ จ.สงขลา รวมถึงมีการจัดทำเขตเศรษฐกิจพิเศษในสะเดาและสงขลา

สำหรับ จ.สงขลา ถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจการค้าสำคัญ มีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (จีพีพี) ขนาด 6,750 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นอันดับ 12 ของประเทศ รวมถึงมีการค้าชายแดนมูลค่า 16.83 พันล้านเหรียญสหรัฐ รวมถึงจะเชื่อมโยงกับโครงการคมนาคมต่างๆ ทั้งการสร้างมอเตอร์เวย์สะเดา รวมถึงมีระยะทางห่างจากชายแดนประเทศมาเลเซียประมาณ 60 กิโลเมตร พื้นที่อยู่ไม่ไกลจากสนามบินหาดใหญ่ และขนส่งสินค้าผ่านท่าเรือน้ำลึกใน จ.สงขลา ได้ ดังนั้นศักยภาพของพื้นที่จึงจะดึงดูดการลงทุนใหม่ได้อย่างมาก

“วีรพงศ์” กล่าวว่า รับเบอร์ซิตี้ จ.สงขลา ได้เริ่มก่อสร้างในช่วงปลายปี 2558 มีพื้นที่รวมประมาณ 1,218 ไร่ คาดว่าจะเปิดให้บริการในระยะแรก (เฟส) 1 ในเดือน ก.ค. 2560 และโครงการทั้งหมดจะพร้อมเปิดให้บริการได้ในช่วงปี 2561 โดยในขณะนี้มีภาคเอกชนขนาดใหญ่จากต่างประเทศเข้ามาลงทุนแล้ว แบ่งเป็นผู้ผลิตหมอนยางพารา 1 แห่งจากนักลงทุนมาเลเซีย และเป็นโรงไฟฟ้าขนาดเล็กจากนักลงทุนประเทศไทยและญี่ปุ่นร่วมทุนกัน 1 แห่ง

ขณะเดียวกัน มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจำนวน 10 ราย ซึ่งจะอยู่ในพื้นที่โรงงานสำเร็จรูป และได้เข้ามาจัดตั้งในพื้นที่แล้ว 3 ราย อีก 7 รายกำลังก่อสร้าง โดยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เข้ามาลงทุนจะเป็นกลุ่มที่มีการผลิตสินค้านวัตกรรม รวมถึงยังเป็นผู้ประกอบการที่มีการมุ่งใช้งานวิจัยมาต่อยอดและส่งเสริมภาคธุรกิจ อีกทั้งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้มีการทำศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีแล้ว

ทั้งนี้ ประเมินว่า เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะมีเอกชนกลุ่มยางเข้ามาจัดตั้งจำนวน 50 ราย มูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีความต้องการใช้ยางพาราจำนวน 2 แสนตัน/ปี รวมทั้งหากมีอุตสาหกรรมยางกลุ่มกลางน้ำเข้ามาลงทุนจะมีความต้องการใช้ยางสูงขึ้นเป็น 3 แสนตัน/ปี ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ยางมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าตัว จากจำนวนยางในประเทศไทยที่ผลิตทั้งหมด 4.5 ล้านตัน

วีรพงศ์ กล่าวว่า ผลการโรดโชว์รับเบอร์ซิตี้ จ.สงขลา ระหว่างวันที่ 13-14 ต.ค. 2559 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อส่งเสริมให้ภาคเอกชนนักลงทุนมาเลเซีย กลุ่มอุตสาหกรรมยาง เข้ามาลงทุนในรับเบอร์ซิตี้ของไทย นักลงทุนมาเลเซียต่างตอบรับที่ดีกับการลงทุนในไทย ซึ่งในขณะนี้ได้เปิดให้นักลงทุนทั่วโลกได้เข้ามาลงทุนในพื้นที่แล้ว พร้อมมีมาตรการส่งเสริมลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ให้สิทธิพิเศษ รวมถึงยังมีโปรโมชั่นแพ็กเกจ ราคาการเช่าที่ดินให้แก่นักลงทุนด้วย

สำหรับต่อไปมีแผนไปโรดโชว์ที่เมืองชิงเต่า ประเทศจีน ถือเป็นประเทศผู้นำเข้ายางที่สำคัญของไทย และเป็นผู้ผลิตยางล้อสำคัญในโลก และก่อนหน้านี้ได้เดินทางไปโรดโชว์ที่ประเทศอินเดียมาแล้ว พบว่า นักลงทุนในอุตสาหกรรมยางของอินเดียให้ความสนใจลงทุนในไทยอย่างดี

“โชคดี แก้วแสง” รองเลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า สิทธิประโยชน์ในรับเบอร์ซิตี้ ทั้งการยกเว้นภาษีนิติบุคคลเป็นเวลา 8 ปี และลดภาษี 50% ต่อเนื่องอีก 5 ปี การยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักรในการผลิต รวมถึงการอำนวยความสะดวกในการให้ใบอนุญาตเรื่องที่ดิน และการเลือกหาพื้นที่เหมาะสม

รวมถึงยังมีการให้สิทธิพิเศษต่างๆ ที่นอกเหนือจากภาษี ทั้งการออกใบอนุญาตการนำเข้าผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ รวมถึงการให้ความสะดวกแก่ผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ อีกทั้งหน่วยงานรัฐพร้อมประสานให้การช่วยเหลือ เชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะเพิ่มความสนใจของนักลงทุนต่างประเทศและมาเลเซียเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น โดยนักลงทุนมาเลเซียถือว่าเป็นกลุ่มผู้ผลิตสินค้าจากยางพาราของไทยที่มีความสำคัญมาก และนำเข้าวัตถุดิบยางพาราจากไทยในระดับสูง

“มั่นใจว่าต่อจากนี้ไป การลงทุนในประเทศไทยจะต้องเพิ่มมากขึ้นและจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของไทยในระยะยาวอย่างแน่นอน” โชคดี กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท