posttoday
อียูขึ้นทะเบียน จีไอข้าวสังข์หยด

อียูขึ้นทะเบียน จีไอข้าวสังข์หยด

14 ตุลาคม 2559

อียูขึ้นทะเบียนจีไอข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงให้ไทยแล้ว มีผล 1 พ.ย.นี้ มั่นใจเพิ่มมูลค่าสินค้าส่งออก

อียูขึ้นทะเบียนจีไอข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงให้ไทยแล้ว มีผล 1 พ.ย.นี้ มั่นใจเพิ่มมูลค่าสินค้าส่งออก

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า สหภาพยุโรป (อียู) ได้ประกาศขึ้นทะเบียนข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงของไทยเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) ในอียูแล้ว โดยจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2559 เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นสินค้ารายการที่ 4 ของไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นจีไอในอียูต่อจากข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ กาแฟดอยช้าง และกาแฟดอยตุง

“นับเป็นความสำเร็จที่ตลาดใหญ่อย่างอียูเห็นถึงคุณสมบัติและเอกลักษณ์พิเศษของข้าวไทย เพราะเป็นสินค้าที่มีความโดดเด่นแตกต่างจากสินค้าประเภทเดียวกันจากแหล่งผลิตอื่นๆ ในโลก” นางอภิรดี กล่าว

สำหรับข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง เป็นข้าวเจ้าพันธุ์สังข์หยด มีลักษณะเมล็ดข้าวเรียวเล็ก อ่อนนุ่ม ข้าวเปลือกสีฟาง ข้าวกล้องสีแดง เมื่อขัดสีแล้วเมล็ดจะมีสีขาวปนแดงแกมชมพูเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือน โดยต้องปลูกในเขตพื้นที่ จ.พัทลุง เท่านั้น เนื่องจาก จ.พัทลุง เป็นพื้นที่ราบลุ่มเกิดจากการทับถมของตะกอนลำน้ำ ระหว่างแนวเขาบรรทัดและทะเลสาบสงขลา ดินฟ้าอากาศเหมาะสำหรับการปลูกข้าว

อย่างไรก็ตาม ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงได้รับขึ้นทะเบียนในไทย เมื่อวันที่ 14 มี.ค. 2549 ถือเป็นรางวัลในการฉลองข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงขึ้นทะเบียนจีไอในไทยครบ 10 ปี ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นจีไอในอียู โดยก่อนขึ้นทะเบียนเป็นจีไอในไทย ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงมีราคาขายปลีกประมาณ 50 บาท/กิโลกรัม (กก.) หลังได้ขึ้นทะเบียนเป็นจีไอราคาเพิ่มขึ้นเป็น 80-90 บาท/กก.

นางอภิรดี กล่าวว่า การได้ขึ้นทะเบียนจีไอข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงในอียูจะเป็นประโยชน์กับผู้ผลิต โดยเฉพาะการสร้างภาพลักษณ์และประชาสัมพันธ์ว่าข้าวไทยได้รับการยอมรับมาตรฐานจีไอในต่างประเทศ ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าจีไอของไทย ซึ่งปัจจุบันข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุงมีกำลังการผลิตรวมทั้งจังหวัดต่อปี 7,703 ตันข้าวเปลือก และส่งออกยังประเทศต่างๆ เช่น จีน สิงคโปร์ อินเดีย และมาเลเซีย เป็นต้น แต่ยังส่งออกในปริมาณยังไม่มากนัก คาดว่าการขึ้นทะเบียนจีไอในอียูจะช่วยให้เกษตรกรในพื้นที่หันมาปลูกข้าวชนิดนี้มากขึ้น เพราะปัจจุบันกำลังได้รับความสนใจจากตลาดอียู เช่น เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ