posttoday
เปลี่ยนตัวเองเพื่อเกิดใหม่เสมอ

เปลี่ยนตัวเองเพื่อเกิดใหม่เสมอ

14 ตุลาคม 2559

การที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วสร้างโอกาสให้เกิดธุรกิจใหม่ได้เสมอ

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

การที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วสร้างโอกาสให้เกิดธุรกิจใหม่ได้เสมอ และทำให้ธุรกิจเดิมไปไม่รอดได้เช่นกันหากไม่ปรับตัวเพื่อตามให้ทันเทคโนโลยีและแนวโน้มโลก โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับออนไลน์ สิ่งที่ทำในวันนี้ทันสมัยแต่วันพรุ่งนี้ก็อาจจะกลายเป็นเรื่องล้าหลังไปแล้วก็ได้

อภิศิลป์ ตรุงกานนท์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีเว็บไซต์พันทิป เปิดเผยว่า ได้เข้ามาทำงานในพันทิปตั้งแต่ปีที่ 2 ที่ก่อตั้ง มองว่าการที่พันทิปยังไปได้เรื่อยๆ เพราะเป็นแพลตฟอร์มที่ยังมีคุณค่ากับคนจึงไม่มีเหตุผลที่จะปิด ที่ผ่านมามีคนมาขอซื้อเว็บไซต์ตลอดเวลา แต่ไม่เคยขาย เพราะมองว่าพันทิปเป็นเหมือนซอฟต์แวร์หนึ่งในระบบ แต่หัวใจของพันทิปอยู่ที่ความรู้ของคนไทย หากนำพันทิปไปขายแต่คนเหล่านี้ที่นำความรู้มาเผยแพร่ไม่ได้เงินด้วยก็รู้สึกแปลกๆ จึงอยากเก็บไว้ให้พันทิปเป็นเว็บไซต์ของคนไทยที่เติบโตไปได้อย่างยั่งยืน

กลยุทธ์ที่ใช้ในการทำให้พันทิปเดินหน้าต่อไปได้คือ การเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่เรื่อยๆ หาวิธีการฆ่าพันทิปไปเรื่อยๆ จึงทำให้เกิดใหม่ได้เรื่อยๆ ซึ่งหากจะทำเช่นนี้ได้ สิ่งสำคัญคือทีมงานจะต้องกล้าลองผิดลองถูกมากๆ เพราะการคิดสิ่งใหม่ ทุกคนคิดได้ โดยการทำให้คนในองค์กรคิดใหม่ องค์กรต้องมีส่วนสำคัญกับการกระตุ้นให้คิด วิธีที่ทำ เช่น เวลาเปิดห้องสนทนาใหม่ก็จะหาน้องใหม่ในทีมที่มีความปรารถนาแรงกล้า (แพสชั่น) เกี่ยวข้องกับการเปิดห้องสนทนาใหม่นั้น เพื่อชวนมาเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ ซึ่งก็คือห้องใหม่นั่นเอง โดยน้องจะมีหน้าที่ทำให้ห้องนี้เปิดได้ เติบโต และโด่งดัง

“ในแง่ธุรกิจ องค์กรจะอยู่รอดได้ต้องมีผลิตภัณฑ์ออกมาเรื่อยๆ สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ หากทำได้ต่อให้ 5 ปีข้างหน้าจะไม่มีพันทิปแล้วก็ไม่เป็นไร ขอแค่ยังมีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สร้างออกมา”

อภิศิลป์ กล่าวว่า ปัจจุบันพันทิปมีพนักงาน 90 คน โดยอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างองค์กรให้เป็นทางการมากขึ้น เพราะหากพันทิปจะเติบโตกว่านี้โครงสร้างองค์กรจะต้องชัดเจนขึ้น ไม่เช่นนั้นจะเติบโตได้ลำบาก คาดว่าโครงสร้างใหม่จะเริ่มได้กลางปีหน้า เบื้องต้นพันทิปจะต้องเป็นที่ทำงานที่คนทำแล้วมีความสุข เพราะถ้าพนักงานมีความสุขก็จะถ่ายทอดความสุขนี้ออกไปให้เห็นผ่านผลิตภัณฑ์ที่ออกมา

สำหรับสิ่งที่พันทิปต้องการจะไปในอนาคตคือ การเป็นเว็บไซต์กลางที่ค้นหาข้อมูลได้แบบกูเกิล และพันทิปต้องเป็นแพลตฟอร์มที่มีคำตอบที่น่าเชื่อถือได้ 99% จากที่ทุกวันนี้ถ้ามาค้นหาข้อมูลอาจจะมีคำตอบให้กับคำถามที่ต้องการได้แค่ 10-20%

ด้านแผนในระยะใกล้นั้น ภายในปลายปีนี้พันทิปจะเปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ โดยเพิ่งจดทะเบียนชื่อเว็บไซต์ไปไม่นาน เว็บไซต์นี้จะเป็นแนวแพลตฟอร์มเขียนบันทึก (บล็อกคอนเทนต์) ที่สร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาให้นักเขียนมีรายได้จากการเขียนให้ได้ เนื่องจากที่ผ่านมาเห็นธุรกิจสิ่งพิมพ์อยู่ในภาวะลำบาก แต่สิ่งพิมพ์เหล่านี้มีนักเขียนหลายคนที่มีความสามารถด้านการผลิตเนื้อหาดีๆ ออกมา จึงอยากช่วยเพิ่มช่องทางหารายได้ให้กับนักเขียนเหล่านี้

รูปแบบการสร้างรายได้ของเว็บไซต์ใหม่นี้คงไม่ใช่แค่การให้ลงทะเบียน จ่ายค่าสมาชิก เพื่อเข้าไปอ่านอย่างเดียว เพราะถ้าหวังพึ่งรายได้ค่าสมัครอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ แต่ต้องมีช่องทางรายได้หลากหลายทาง

“ที่ผ่านมาคนไทยคุ้นเคยกับการเสพเนื้อหาฟรี แต่ก็ยังมีเนื้อหาที่ขายได้ โดยต้องเป็นเนื้อหาที่มีค่าพอจะให้ซื้อจริงๆ ตัวอย่างคือ มีคนไทยคนหนึ่งเขียนบล็อกเรื่องการลงทุน โดยเขียนในบล็อกของตัวเองให้คนที่เข้ามาอ่านสามารถอ่านได้แค่ย่อหน้าเดียวถ้าอยากอ่านทั้งหมดและอ่านได้ตลอดจะต้องสมัครสมาชิก ซึ่งก็มีลูกค้าสมัครมากเพราะเนื้อหาของเขาหาที่ไหนไม่ได้ เป็นการวิเคราะห์เชิงลึกจริงๆ”

ขณะที่งานใหม่ๆ ที่พันทิปดำเนินการไปแล้ว คือ เปิดตัวบริการใหม่ในตัวเว็บไซต์พันทิปเอง เช่น ไตรมาส 3 ที่ผ่านมา เปิดตัวบริการคอนเทนต์ แอดเวอร์ทอเรียล เป็นรีวิวเล่ารายละเอียดสินค้าโดยพันทิปเองให้ผู้เข้ามาอ่านใช้ข้อมูลนี้ไปวิเคราะห์และตัดสินใจด้วยตัวเอง ในรีวิวจะไม่สรุปว่าสินค้านี้ดีหรือไม่ดี เจ้าของผลิตภัณฑ์เป็นผู้ติดต่อมายังพันทิปโดยตรงเพื่อให้ทำรีวิว ซึ่งสาเหตุที่สร้างบริการนี้เพราะลูกค้าและสมาชิกพันทิปเรียกร้อง ต้องการอ่านข้อมูลรายละเอียดสินค้าที่บอกตรงๆ เลยว่าเป็นเนื้อหาโฆษณา

อย่างไรก็ตาม ส่วนที่สมาชิกเว็บไซต์เป็นคนรีวิวข้อมูลเองก็ยังมี แต่การมีแอดเวอร์ทอเรียลที่ออกในนามพันทิปเลย เพราะมีผู้บริโภคบางส่วนรู้สึกไม่ดีเมื่อไปจับผิดเนื้อหาที่สมาชิกรีวิวกันเองแล้วพบว่าเป็นการทำโฆษณาแฝง นอกจากนี้ยังเปิดตัวเครื่องมือเอพีไอ ให้องค์กรทดลองใช้ฟรีตั้งแต่ต้นปี เหมาะกับองค์กรที่มีเครื่องมือรับฟังเสียงผู้บริโภคในสังคมออนไลน์ (โซเชียล ลิสต์เทนนิ่ง) ต้องการทราบว่าผู้คนพูดถึงแบรนด์ตัวเองอย่างไรบนพันทิป จะได้จัดทีมงานฝ่ายสนับสนุนลูกค้ามาตอบคำถามทันท่วงที ซึ่งเดิมองค์กรอาจใช้วิธีกดดูข้อมูลอัพเดทเองตลอดเวลา แต่การทำงานอาจไม่สะดวก จึงมีเครื่องมือเอพีไอให้องค์กรเชื่อมต่อจะได้สะดวกในการทำโซเชียล ลิสต์เทนนิ่งขึ้น โดยจะเปิดตัวเป็นทางการ พ.ย.นี้

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นของกลยุทธ์ปรับปรุงตัวเองอยู่เสมอเพื่อให้องค์กรเดินหน้าไปได้อย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท