
กลุ่มเซ็นทรัลปรับทัพรุกออนไลน์-ตลาดซีแอลเอ็มวี
กลุ่มเซ็นทรัลเพิ่มทีมผู้บริหารเดินหน้ารุกออนไลน์-ตลาดซีแอลเอ็มวี ชี้ค้าปลีกไทยเข้าสู่ยุคแข่งขันเทคโนโลยีไอที เปิดสาขาใหม่น้อยลง
กลุ่มเซ็นทรัลเพิ่มทีมผู้บริหารเดินหน้ารุกออนไลน์-ตลาดซีแอลเอ็มวี ชี้ค้าปลีกไทยเข้าสู่ยุคแข่งขันเทคโนโลยีไอที เปิดสาขาใหม่น้อยลง
นายทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล เปิดเผยว่า บริษัทมีการปรับตัวครั้งใหญ่ โดยให้ความสำคัญกับการรุกหนักการขายผ่านช่องทางออนไลน์ หรืออี-คอมเมิร์ซ จากปัจจุบันพฤติกรรมการซื้อสินค้าของคนไทยผ่านช่องทางดังกล่าวอยู่ที่ 1% คาดใน 5 ปี สัดส่วนจะเพิ่มขึ้นเป็น 5% ของยอดขายรวมของกลุ่ม ขณะเดียวกันจะให้ความสำคัญกับการขยายตลาดโลก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ได้แก่ เวียดนาม สปป.ลาว กัมพูชา และเมียนมา ที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูง ซึ่งปัจจุบันเซ็นทรัลได้เข้าไปลงทุนแล้วในเวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย
ทั้งนี้ ปัจจุบันการแข่งขันในธุุรกิจค้าปลีกเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก จากเดิมที่แข่งขันสูงเพื่อแย่งชิงความเป็นผู้นำอันดับหนึ่ง แต่ปัจจุบันรายใหญ่นั้นหันมาร่วมมือเป็นพันธมิตรกันมากขึ้น หรืออัลไลแอนซ์ โดยสิ่งที่จะเห็นต่อไปคือ ความร่วมมือในการพัฒนาเทคโนโลยี เห็นตัวอย่างได้ชัดในวงการธนาคารที่มีการนำฟินเทคเข้ามาใช้ ไม่มีใครเติบโตได้เพียงรายเดียวได้
ขณะเดียวกันต้องให้ความสำคัญกับธุรกิจเอสเอ็ม อีว่าจะอยู่อย่างไรที่ทำงานร่วมงานกับกลุ่มเซ็นทรัลที่มีอยู่กว่า 1,000 ราย เนื่องจากมีความสำคัญอย่างมากเช่นเดียวกัน
“ขณะนี้ซัพพลายเออร์ของกลุ่มเซ็นทรัลมีอยู่ 1.4 หมื่นราย แต่ปัจจุบันซัพพลายเออร์รายขนาดเล็กนั้นไม่มีความสามารถในการขยายตลาดในต่างจังหวัดและต่างประเทศ แต่เมื่อมีการพัฒนาระบบออนไลน์ให้ทันสมัยมากขึ้นซัพพลายเออร์จะขยายตลาดได้อย่างไม่มีข้อจำกัด จะขยายตัวได้แบบเท่าตัวเป็น 2.8 หมื่นราย หรือ 1 แสนราย ในระยะเวลาอันใกล้ การค้าขายจะทำได้ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นบีทูบี บีทูซี หรือซีทูซี”
สำหรับงบลงทุนบริษัทใช้ต่อปีเฉลี่ย 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งในปีนี้ใช้เงินลงทุน 3.4 หมื่นล้านบาท โดยรูปแบบของการลงทุนในอนาคตจะให้ความสำคัญกับการขยายสาขาใหม่น้อยลง แต่จะหันมาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น จากปัจจุบันใช้เงินลงทุนกับเทคโนโลยีอยู่ที่ 10% ในอนาคตจะเพิ่มขึ้นเป็นอีกกว่าเท่าตัว โดยในปีนี้บริษัทตั้งเป้าโต 21% หรือมียอดขายรวม 3.2 แสนล้านบาท แบ่งเป็นจากตลาดกรุงเทพฯ และปริมณฑล 40% ต่างจังหวัด 30% และต่างประเทศ 30%
นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มทีมผู้บริหารใหม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ครั้งที่ 3 ในรอบ 70 ปี โดยมีการแต่งตั้ง นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล เป็นที่ปรึกษาอาวุโส เพื่อประสานงานภาครัฐและดูแลด้านธรรมาภิบาล นายศุภชัย พานิชภักดิ์ เป็นที่ปรึกษาอาวุุโส ดูแลตลาดยุโรป อเมริกาและซีแอลเอ็มวี นายญนน์ โภคทรัพย์ เป็นประธาน เพื่อดูแลงานทางด้านลูกค้าและซัพพลายเออร์ หรือคู่ค้า นายนิโคโล กาลันเต้ เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ดูแลทางด้านการค้าออนไลน์ และนายชนิตร ชาญชัยณรงค์ เป็นรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ







