
ฟิลลิปเชียร์ซื้อLTF
ฟิลลิปเชียร์ซื้อ LTF คาดทั้งปีเงินเข้าลงทุน 2 หมื่นล้าน เผยคนที่ลงทุนตั้งแต่ปี 2550-2555 กำไรเกิน 100%
ฟิลลิปเชียร์ซื้อ LTF คาดทั้งปีเงินเข้าลงทุน 2 หมื่นล้าน เผยคนที่ลงทุนตั้งแต่ปี 2550-2555 กำไรเกิน 100%
นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุนรวมบริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 1,440 จุด มองว่าเป็นระดับที่สามารถเข้าลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ได้ เนื่องจากช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายของเดือน ธ.ค.ของทุกปี จะเป็นช่วงที่ดัชนีจะดีดตัวขึ้นมาและคาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนใน LTF ปีนี้ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ดัชนีดังกล่าวมีสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) อยู่ที่ 14 เท่าบนกำไรบริษัทจดทะเบียนในปีหน้าและมองระดับต่ำสุดของดัชนีปีนี้อยู่ที่ 1,330 จุด
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลผลตอบแทนตลาดหุ้นจากการเข้าซื้อในวันสุดท้ายของวันทำการในแต่ละปี ตั้งแต่ปี 2550 จนถึงวันที่ 16 ก.ย. 2559 พบว่าให้ผลตอบแทนมากกว่า 100% โดยปี 2550 ผลตอบแทนจากดัชนี SET รวมเงินปันผลอยู่ที่ 10.88% ต่อปี และปี 2551 อยู่ที่ 21.41% ต่อปี ปี 2552 อยู่ที่ 15.07% ต่อปี และปี 2553 อยู่ที่ 10.33% ต่อปี ส่วนปี 2554 อยู่ที่ 11.86% และปี 2555 เหลือ 5.11% ต่อปี
นายสานุพงศ์ กล่าวว่า หากถือลงทุน LTF มานานแล้วและได้กำไรมากกว่า 10% ต่อปีขึ้นไป หรือคนที่ลงทุนในปี 2550-2554 อาจขาย LTF และวนกลับมาซื้อเพื่อใช้สิทธิภาษีได้ หากกลัวความผันผวนของตลาด แต่คนที่ลงทุนในปี 2555 และสามารถใช้สิทธิขายได้ในปีนี้เป็นปีแรกไม่แนะนำให้ขาย เพราะผลตอบแทนยังน้อยประมาณ 5% ต่อปี เนื่องจากลงทุนมาเพียง 3 ปี 2 วันเท่านั้น จึงแนะนำให้ถือลงทุนต่อเพื่อโอกาสรับกำไรที่สูงขึ้น
สำหรับกรณีการเปลี่ยนเงื่อนไขต้องถือครอง LTF จาก 5 ปีปฏิทินเป็น 7 ปีปฏิทินในปีนี้เป็นปีแรกอาจมีผลด้านจิตวิทยาและเชื่อว่านักลงทุนยังลงทุนอยู่ เนื่องจากสิทธิภาษียังเหมือนเดิม แต่กังวลการเปลี่ยนโครงสร้างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีหน้า ซึ่งมีผลต่อกองทุน LTF มากกว่า เพราะประโยชน์ที่ได้จากการลงทุนน้อยลง เพราะสามารถลดหย่อนค่าใช้จ่ายส่วนตัวและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ได้มากขึ้น ซึ่งอาจทำให้ฐานภาษีที่ต้องจ่ายลดลง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีฐานภาษี 15% มีอยู่จำนวนมาก แต่แง่เม็ดเงินลงทุนมีไม่มาก ขณะที่กลุ่มที่ฐานภาษีสูงสุดก็เชื่อว่ายังลงทุนเหมือนเดิม
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ LTF กองใหม่ทำให้นักลงทุนมีทางเลือกในการลงทุนได้มากขึ้น เพราะนโยบายการลงทุนจะต่างจากกองทุนเดิมที่มีอยู่ ส่วน LTF กองเดิมที่น่าสนใจเมื่อดูจากผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปีและความผันผวนประกอบแล้ว 5 อันดับกองทุนที่น่าลงทุน ได้แก่ กองทุนเปิดภัทรหุ้นระยะยาว กองทุนเปิดแมนูไลฟ์ สเตร็งค์ คอร์ หุ้นระยะยาว กองทุนเปิดวรรณเอเอ็มซีเล็คทีฟโกรทหุ้นระยะยาว กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นระยะยาว และกองทุนเปิดฟิลลิปหุ้นระยะยาว







