posttoday
พิ่มผลตอบแทน ด้วยตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว

พิ่มผลตอบแทน ด้วยตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว

13 ตุลาคม 2559

เป็นที่ทราบกันดีว่าในปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยได้ลดต่ำลง และผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ได้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน นอกจากนี้ ธนาคารกลางส่วนใหญ่ทั่วโลกยังคงดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ด้านอัตราเงินเฟ้อของหลายประเทศยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับเป้าหมายของธนาคารกลางอยู่มาก นอกจากนี้ ไอเอ็มเอฟยังได้ปรับลดประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจโลกอีกด้วย จากปัจจัยดังกล่าวข้างต้นจึงมีแนวโน้มที่อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับต่ำและต่อเนื่องยาวนาน ส่งผลให้การลงทุนในตราสารหนี้เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีและสม่ำเสมอเป็นเรื่องที่มีความท้าทายเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

เป็นที่ทราบกันดีว่าในปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยได้ลดต่ำลง และผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ได้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน นอกจากนี้ ธนาคารกลางส่วนใหญ่ทั่วโลกยังคงดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง ด้านอัตราเงินเฟ้อของหลายประเทศยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับเป้าหมายของธนาคารกลางอยู่มาก นอกจากนี้ ไอเอ็มเอฟยังได้ปรับลดประมาณการการเติบโตของเศรษฐกิจโลกอีกด้วย จากปัจจัยดังกล่าวข้างต้นจึงมีแนวโน้มที่อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับต่ำและต่อเนื่องยาวนาน ส่งผลให้การลงทุนในตราสารหนี้เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีและสม่ำเสมอเป็นเรื่องที่มีความท้าทายเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

หากกล่าวถึงการลงทุนในตราสารหนี้ระยะปานกลางถึงยาว นักลงทุนหลายท่านอาจนึกถึงความเสี่ยงและความผันผวนของอัตราผลตอบแทน ตลอดจนผลการขาดทุนที่อาจเกิดขึ้นได้ในบางช่วงเวลา อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่นักลงทุนมีระยะเวลาการถือครองประมาณ 1-2 ปี ผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ระยะปานกลางถึงยาวถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลในอดีตย้อนหลัง 10 ปี ทั้งในด้านของอัตราผลตอบแทนและความผันผวนจะพบว่าการลงทุนในตราสารหนี้ระยะปานกลางถึงยาวให้ผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น โดยข้อมูลในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานักลงทุนได้รับอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่ร้อยละ 8.4 และ 6.8 สำหรับการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลอายุ 7-10 ปี และ 3-7 ปี ตามลำดับ ในขณะที่พันธบัตรรัฐบาลอายุ 1-3 ปี ให้ผลตอบแทนที่ต่ำกว่ามาก

เมื่อพิจารณาถึงความผันผวนจะพบว่าถึงแม้ว่าในระยะสั้นตราสารหนี้ระยะปานกลางถึงยาวจะมีความผันผวนสูงกว่าตราสารหนี้ระยะสั้น แต่ก็สามารถบริหารความผันผวนให้ลดลงได้โดยการเพิ่มระยะเวลาการถือครอง ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลอายุ 3-7 ปี ซึ่งมีอายุเฉลี่ยประมาณ 5 ปี โดยทำการซื้อทุกวันนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2549-ก.ย. 2558 และถือครองเป็นระยะเวลา 1 ปี นักลงทุนจะได้รับผลขาดทุน 128 วัน จากจำนวนวันทั้งสิ้น 3,289 วัน หรือคิดเป็นเพียงร้อยละ 3.9 เท่านั้นที่มีโอกาสขาดทุนจากการลงทุนนี้ และในกรณีที่นักลงทุนสามารถเพิ่มระยะเวลาการถือครองเป็น 1.5 ปี จะพบว่าไม่มีโอกาสที่จะขาดทุนเลยสำหรับการลงทุนในช่วงเดือน ก.ย. 2549-มี.ค. 2558

ปัจจัยสำคัญ 3 ประการที่ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนของการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลระยะกลางถึงยาวมีผลตอบแทนที่ดีเทียบกับความเสี่ยงเมื่อมีระยะเวลาการถือครองที่เหมาะสม ได้แก่ ผลตอบแทนจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น (Carry) ผลกำไรที่ได้รับจากการปรับลดลงของอัตราดอกเบี้ยในตลาด (Capital Gain) และอัตราผลตอบแทนที่ได้รับจาก Roll down strategy ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ให้ประโยชน์เป็นอย่างมากต่อตราสารหนี้ระยะปานกลางถึงยาว เนื่องจากเป็นช่วงที่เส้นอัตราผลตอบแทนมีความชันอยู่ในระดับสูง ในทางกลับกันการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นจะได้รับประโยชน์น้อยมากจากกลยุทธ์
ดังกล่าว

สำหรับผู้ลงทุนที่มองหาการลงทุนที่มีโอกาสรับผลตอบแทนดีกว่าเงินฝากประจำ และสามารถยอมรับความผันผวนระยะสั้นได้เพื่อผลตอบแทนที่ดีกว่าในระยะยาว หรือผู้ที่มีเงินลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นและยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินดังกล่าวในระยะเวลาอันใกล้ อาจพิจารณาจัดสรรเงินลงทุนบางส่วน เพื่อกระจายการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะกลางถึงยาวที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ที่หลากหลายประเภท ทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับพอร์ตการลงทุนโดยรวมค่ะ

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล